แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 38
1
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

2
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

4
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

5
สำหรับไทยแลนด์ยุค 4.0 ที่เป็นสมัยที่ระบบไร้สายมีการปรับปรุงขึ้นอย่างในทุกวันนี้ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดต่างก็พาเหรดกันแปลงเป็นของไร้สายกันแบบถ้วนหน้า ตั้งแต่สายชาร์จ ลำโพง หรือแม้แต่หูฟัง โดยเฉพาะหูฟังไร้สาย ที่เดี๋ยวนี้ได้ถูกผลิตขึ้นแล้วเอามาวางขายบนตลาดกันล้นหลามหลายยี่ห้อ ทำตลาดตีตื้นขึ้นมาแข่งกับหูฟังมีสาย รวมทั้งดึงเอาผู้ใช้บางคนให้เปลี่ยนแปลงจากหูฟังเดิมๆไปใช้หูฟังรุ่นนี้กันมาก

แต่ว่าเชื่อว่า สำหรับผู้ใช้บางบุคคลที่คุ้นชินกับหูฟังแบบมีสายมาก่อน บางครั้งอาจจะสงสัยอยู่ว่า หากว่าเราลองเปลี่ยนมาใช้หูฟังแบบไร้สายดู จะใช้งานเจริญราวของเดิมที่เคยใช้อยู่หรือเปล่า บางบุคคลไปสืบค้นข้อมูลตามกระดานข่าวต่างๆก็ได้เจอกับกระทู้จำนวนไม่ใช่น้อยที่บอกว่า หูฟังไร้สายเสียงไม่ดีพอๆกับแบบมีสาย เนื่องมาจากจำต้องแปลงสัญญาณให้เป็น Bluetooth ก่อนจะส่งไปที่ตัวหูฟังที่คุณสวมอยู่ ซึ่งสัญญาณ Bluetooth บางทีก็มีคุณภาพดี แม้กระนั้นบางโอกาสประสิทธิภาพก็ไม่ค่อยดีเยอะแค่ไหน เวลาฟังเพลง ก็เลยจำเป็นต้องเจอกับปัญหาเสียงขาดๆหายๆอยู่บ่อยๆจนกระทั่งเสียอารมณ์การฟังเพลงไปหมด ถ้าคุณเป็นคนๆหนึ่งที่กำลังมองหาหูฟังไร้สายอยู่ แล้วมาเจอกับหัวข้อพวกนี้ อาจใจฝ่อ แล้วก็ล้มเลิกความคิดที่จะซื้อหูฟังไร้สายมาใช้ไปในทันทีทันใด ขอบอกว่าอย่าพึ่งจะรีบใจแป้ว เพราะวันนี้เราจะมาดูกันว่า หูฟังไร้สาย ให้คุณภาพเสียงที่ไม่ค่อยดีเมื่อเทียบกับหูฟังแบบมีสาย จริงหรือไม่

ตามที่ได้บอกไปแล้วในข้างต้นว่า หูฟังไร้สาย จะใช้วิธีแปลงสัญญาณเสียงให้เป็น Bluetooth ก่อนที่จะส่งมาที่ตัวหูฟัง และหลังจากนั้นก็ค่อยแปลงกลับมาเป็นสัญญาณเสียงใหม่ ในยุคเก่าที่ระบบ Bluetooth ยังไม่ทันสมัยสักมากแค่ไหน ก็จะต้องเห็นด้วยว่าสัญญาณเสียงมีปัญหาจริงๆบางเวลามีซ่าบ้าง มีขาดหายไปบ้าง แต่ว่าในขณะนี้ที่ระบบ Bluetooth ได้ปรับปรุงไปมากแล้ว ก็ทำให้การรับส่งสัญญาณเสียงในหูฟังไร้สายทำได้ดีเลิศยิ่งขึ้น ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงหายอีกต่อไปแล้ว ถ้าคุณกำลังเล็งหูฟังไร้สายสักรุ่นหนึ่งอยู่ ขอให้หมดกังวลประเด็นการรับส่งสัญญาณเสียงผ่าน Bluetooth ได้เลย รับประกันว่าถ้าหากคุณลองต่อหูฟังไร้สายเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์อย่างโทรศัพท์มือ Smartphone, iPod หรือ Tablet คุณจะสามารถฟังเพลงได้อย่างสบาย ฟินไปกับเสียงร้องที่ไพเราะ ดนตรีที่อัดแน่นยันเสียงเบสได้แน่ๆ

เว้นเสียแต่สัญญาณ Bluetooth ของหูฟังที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ในหูฟังไร้สาย ยังได้รับการพัฒนาลำโพงจนกระทั่งสามารถแสดงคุณภาพเสียงได้จนถึงระบบ HD แสดงเสียงเบส เสียงเมโลดี้ แล้วก็เนื้อหาเสียงร้องต่างๆได้อย่างสมบูรณ์รวมทั้งนุ่มนวล เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเพื่อการใช้ฟังเพลงโปรดของคุณ ในเวลาเดียวกันก็สามารถใช้ประโยชน์สำหรับในการฟังเสียงอื่นๆได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเสียงที่ผ่านการอัดมา หรือเสียงพูดผ่านโทรศัพท์ ก็มีความแจ้งชัด สัมผัสรายละเอียดเสียงได้ครบ แม้ว่าจะมีเสียงรบกวนที่มาจากสิ่งแวดล้อมข้างนอกก็ตาม

จากรายละเอียดที่กล่าวมาทั้งผอง จึงสามารถสรุปได้ว่า หูฟังไร้สายเป็นหูฟังที่ประสิทธิภาพเสียงดีเยี่ยมไม่ต่างอะไรจากหูฟังมีสายที่วางจำหน่ายกันทั่วไปเลย แถมยังเป็นหูฟังที่ให้ความสบายสำหรับการใช้งานได้มากกว่า เนื่องมาจากไม่มีสายมาเกะกะให้รำคาญ สามารถใช้ได้ในทุกสถานที่ ทุกช่องทาง จะเป็นตอนที่กำลังขับรถยนต์อยู่ ตอนกำลังปีนป่ายเขา เดินป่า หรืเยี่ยมชมสถานที่เที่ยวต่างๆที่ไม่สามารถที่จะยกหูโทรศัพท์ขึ้นมากล่าวได้ในช่วงเวลานั้นก็ไม่ใช่ปัญหา แค่คุณทำเชื่อมต่อหูฟังไร้สาย แล้วกดรับโทรศัพท์ ก็สามารถคุยโทรศัพท์ได้เลย เรียกว่าเป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายดายมากยิ่งขึ้นได้มากจริงๆ

อย่างไรก็ดี ในการเลือกซื้อหูฟังไร้สายมาใช้สักตัวหนึ่งนั้น คุณควรมีหลักการเลือกสักหน่อย เพื่อสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาใช้งานได้อย่างแท้จริง โดยทำได้ดังนี้
1. อย่าเลือกหูฟังที่ราคาแพงถูกเหลือเกินมาใช้งาน เหตุเพราะหูฟังชนิดนี้มักถูกสร้างขึ้นจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพสักมากแค่ไหน ถูกลดเกรดไปเรื่อยๆเมื่อประยุกต์ใช้งานจริงจะใช้ได้ไม่ดี มีปัญหาแสดงเสียงไม่ละเอียดบ้าง เสียงแหลมเกินไปบ้าง หรือบางครั้งบางคราวสัญญาณ Bluetooth ก็ขาดๆหายๆแล้วก็เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ หูฟังไร้สายดังที่กล่าวถึงแล้วก็จะกลับไปอยู่บ้านเก่าไปในเวลาอันเร็วทันใจ ในเวลาที่หูฟังไร้สายแบบราคาแพงขึ้นมาสักนิด จะเป็นหูฟังที่ใช้งานได้ดิบได้ดี ประกอบขึ้นจากอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ รวมทั้งแก่การใช้แรงงานที่นานมากกว่า ถ้าเกิดคุณยินยอมที่จะซื้อหูฟังราคาสูงๆก็ขอแนะนำให้ซื้อรุ่นที่มีราคาสูงขึ้นมาสักนิดมาใช้งานจะดียิ่งกว่า
2. ทดลองเช็คหูฟังที่กำลังเลือกดูกรว่ามีคุณภาพการประกอบเป็นยังไง และควรทดลองหูฟังด้วยการต่อกับโทรศัพท์ของคุณ แล้วทดลองฟังเพลงจากในเครื่องของคุณดูด้วย หากว่าหูฟังนั้นให้คุณภาพเสียงที่ออกจะดีพอควร ก็สามารถนับได้ว่าเป็นหูฟังที่มีคุณภาพดี สามารถซื้อไปใช้งานได้เลย แต่ว่าถ้าหากทดสอบดูแล้วะพบว่าไม่ค่อยดีสักมากแค่ไหน ก็ให้เปลี่ยนแปลงรุ่นไปเลย เพื่อได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงตามความปรารถนาอย่างแท้จริง ไมมีปัญหาใดตามมาคราวหลังกระทั่งเชื้อเชิญให้เสียอารมณ์เปล่าๆ

Source: บทความหูฟังไร้สาย: www.dotlife.store

6
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

7
การออกจากบ้านที่แสนอบอุ่น ไปอยู่ด้วยตัวคนเดียวข้างในหอพัก แน่นอนที่สุดว่าเราจำเป็นต้องขนถ่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์หลายประเภทไปด้วย ทั้งพัดลม โทรทัศน์ และก็ตู้เย็น โดยเฉพาะตู้เย็น นับว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จำเป็นต้องที่สุดสำหรับหอพัก เพราะว่าหากเราไม่มีตู้แช่เย็นไปไว้ใช้เลย ก็จะไม่สามารถที่จะรักษาของกินอะไรไว้ได้เลย ยิ่งในหอที่เราจะไม่สามารถอุ่นอาหาร ทำอาหารได้สบายราวกับตอนอยู่บ้าน ถ้าหากว่าไม่มีตู้เย็นไปไว้ช่วยรักษาอาหาร สุดท้ายเราก็จะต้องรอซื้อของกินมารับประทานใหม่กันทุกมื้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองมากมาย

เนื่องมาจากในหอมีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ตู้แช่เย็นที่เราจะขนไปใช้ได้จึงมีตัวเลือกไม่มากนัก สำคัญๆก็จะมีเพียงแค่ตู้เย็น 1 ประตู กับตู้แช่เย็น 2 ประตูแค่นั้น เนื่องจากน่าจะไม่มีใครขนตู้แช่เย็นแบบ side by side หรือตู้แช่ไวน์ไปไว้ใช้ในหอแน่นอน สำหรับคุณที่กำลังมองหาตู้เย็นสักใบไปไว้ใช้ในหอพักอยู่ บางทีก็อาจจะกำลังคิดอยู่ว่าจะใช้ตู้เย็น 1 ประตู หรือ 2 ประตูดี ในบทความนี้พวกเราจะมาหาคำตอบกัน

ข้อแรก การเข้าพักในหอ ต้นเหตุหนึ่งที่คุณจำต้องใคร่ครวญแล้วก็จำใส่ใจเสมอ ก็คือสาเหตุเรื่องค่าไฟฟ้า อย่าคิดไปนะว่าค่าไฟในหอพักจะมีมูลค่าเท่ากับค่าไฟฟ้าอย่างที่เราใช้กันในบ้านตามธรรมดา เทียบง่ายๆหากค่าไฟที่คุณใช้ในบ้านอยู่แต่ละวันอยู่ที่หน่วยละ 3 บาท ค่าไฟฟ้าในหอ จะมีมูลค่าสูงมากขึ้นไปอยู่ที่หน่วยละ 7 บาท ดังนี้ฯลฯ หากว่าคุณนำเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่รับประทานไฟจำนวนมากไปใช้ในหอ ค่าไฟได้มโหฬารแน่ๆเมื่อกลับมาตรึกตรองที่ตู้เย็น โดยทั่วไป ตู้เย็น1ประตู มักมีอัตราการกินไฟต่ำกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตูอย่างเห็นได้ชัด เนื่องมาจากมีขนาดไม่ใหญ่มาก จึงใช้พลังงานน้อย ดังนั้นถ้าเกิดพินิจพิเคราะห์เพียงแค่ต้นสายปลายเหตุเรื่องค่าไฟ จะมองเห็นได้ว่าตู้เย็น 1 ประตู บินกับการลำเลียงไปใช้ในหอพักมากยิ่งกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตู ที่รับประทานไฟมากยิ่งกว่าจริงๆ

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า มีเพียงแค่เรื่องค่าไฟเพียงแค่นั้นหรือที่ทำให้ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะกับหอ หากว่าตัวคุณเองมีเงินมากพอที่จะจ่ายค่าไฟฟ้า มาใช้ตู้เย็น 2 ประตู ก็คงจะไม่มีปัญหาใช่ไหม ถ้าเกิดคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังคิดอย่างงี้อยู่ ขอบอกว่าอย่าเพิ่งจะรีบตกลงใจ เพราะเหตุว่ายังมีอีกหลายเหตุผล ที่ชี้ว่าตู้เย็นแบบ 1 ประตู เหมาะสมกับหอพักมากยิ่งกว่าจริงๆส่วนจะมีอะไรบ้าง พวกเราจะนำมาให้คุณได้มองกัน ดังนี้
1. ตู้เย็นหนึ่งประตู มีขนาดของตู้เล็กมากยิ่งกว่าตู้แช่เย็นแบบ 2 ประตูค่อนข้างจะมาก แถมยังมีความสูงน้อยกว่าด้วย คุณสามารถเคลื่อนย้านไปใช้ได้ในทุกหอพัก ไม่ว่าหอพักของคุณจะมีห้องขนาดแคบเล็ก หรือมีประตูที่เตี้ยสักเท่าใดก็ตาม ก็หมดห่วงไปได้เลยว่าจะนำตู้แช่เย็นไปตั้งได้หรือไม่ รวมทั้งเนื่องจากว่ามีขนาดออกจะเล็ก ทำให้ไม่รับประทานพื้นที่ใช้สอยในหอพักของคุณมากสักเท่าไรนัก คุณจะยังเหลือพื้นที่ในห้องของคุณไว้ใช้ตั้งวางของ หรือจัดเป็นมุมสวยๆสำหรับนั่งปฏิบัติงานได้อีกมาก
2. ตู้เย็น 1 ประตู เป็นตู้ที่ไม่มีฟังก์ชั่นทันสมัยอะไรมากมายก่ายกอง มีเพียงชั้นวางสำหรับแช่ของ ช่องฟรีซ ช่องใส่ขวดน้ำแค่นั้น คุณก็เลยไม่จำเป็นที่ต้องรอรักษาตู้มากมายเลย หน้าที่ของคุณมีแค่นำของกิน หรือเครื่องดื่มที่บางทีก็อาจจะบูด เสีย ใส่ตู้เย็นไว้ให้ปลอดภัย กับรอละลายน้ำแข็ง รวมทั้งหมั่นทำความสะอาดตู้ไม่ให้มีคราบเปื้อนเลอะเทอะซึ่งมีความสกปรก แล้วก็ขยะเข้าไปสะสมเท่านั้นก็พอแล้ว ไม่ต้องคอยไล่น้ำ กำจัดตะกรน เสมือนตู้เย็นที่ฟังก์ชั่นจัดเต็ม นอกเหนือจากนี้ การที่มีฟังก์ชั่นน้อย ทำให้ใช้กระแสไฟฟ้าสำหรับการหล่อเลี้ยงน้อยกว่า รวมทั้งก่อให้เกิดเรื่องต้นเหตุค่าไฟฟ้าดังที่กล่าวไว้ข้างต้นเพราะว่า ตู้เย็น 1 ประตู กินไฟน้อยกว่าตู้เย็น 2 ประตูจริงๆ
3. ตู้เย็น 1 ประตู มีน้ำหนักเบากว่าตู้เย็นแบบ 2 ประตูมากมาย ใช้คนเพียงแต่ 2 คน ก็สามารถเคลื่อนย้ายได้ และไม่ทำให้มีการเกิดความยากลำบากยามที่จำเป็นต้องขนขึ้นหอที่อยู่ชั้นสูงๆหรือหอที่ไม่มีลิฟท์ จำเป็นต้องขึ้นบันไดสถานเดียว

มองเห็นไหมว่า ตู้เย็น 1 ประตู เหมาะสมกับหอมากจริงๆคนใดที่กำลังคิดว่าจะย้ายไปอยู่หอพักในเร็วๆนี้ พวกเราขอเสนอแนะให้ใช้ตู้เย็น 1 ประตูเลย ดีมากกว่าแน่นอน
ส่วนการดูแลและรักษาตู้เย็น 1 ประตู ให้มีความสะอาด พร้อมใช้งาน และก็มีความคงทนอยู่เสมอ ใช้งานในหอพักได้นาน สามารถทำเป็นดังต่อไปนี้
1. เมื่อตู้เย็นเริ่มว่างลง ไม่ค่อยมีอาหารมาใส่แล้ว ควรจะใช้โอกาสนั้นกระทำเช็ดชำระล้างตู้แช่เย็นซะ กวาดเศษอาหาร อาหารเก่า แล้วก็ขยะต่างๆที่หมักอยู่ในตู้แช่เย็นออกไปทิ้งให้หมด แล้วหลังจากนั้นเช็ดถูทำความสะอาดบริเวณที่มีคราบด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำ อย่าปลดปล่อยจนตราบเท่าตู้เย็นมีกลิ่น หรือมีเชื้อราดำขึ้น เนื่องจากจะมีผลต่ออาหารที่จะนำไปแช่ครั้งถัดมา
2. ถ้าหากพบว่าน้ำแข็งในช่องฟรีซเริ่มเกาะดกขึ้น ควรกดปุ่มละลายน้ำแข็ง หรืออีกวิธีหนึ่งคือทำการ OFF ตู้เย็น ดึงปลั๊กไฟออก แล้วเปิดประตูตู้แช่เย็นแง้มไว้ เพื่อน้ำแข็งละลายจนกระทั่งหมด ระหว่างนี้คุณต้องหมั่นดึงถาดรับน้ำของตู้เย็นออก นำน้ำไปเททิ้ง แล้วใส่ถาดกลับเข้าไปใหม่อยู่เป็นประจำ จนกระทั่งเมื่อน้ำแข็งละลายหมดแล้ว ค่อยชำระล้างให้เป็นระเบียบถัดไป เสนอแนะให้ทำตอนที่ไม่มีอาหารแช่อยู่ในตู้เย็น หรือเหลือแต่ของกินที่เก็บได้นานแล้ว

ที่มา บทความตู้เย็น 1 ประตู: Index Living Mall

8
ในยุคปัจจุบันที่ผู้คนอยากความสะดวกสบายสำหรับในการดำรงชีวิต อุปกรณ์ไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งของที่เข้ามามีหน้าที่ในชีวิตประจำวันของคนเรามากอย่างยิ่ง
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการวางจำหน่ายอยู่ตามห้างร้าน แล้วก็แหล่งจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆนั้น ตอนนี้มีอยู่นานัปการแบรนด์ ตั้งแต่ยี่ห้อดังๆเป็นที่รู้จักของผู้ใช้โดยปกติ ไปจนถึงแบรนด์แปลกๆที่ไม่ค่อยชินหูเท่าไรนัก ซึ่งราคาของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ก็จะผันตามแบรนด์ของมันด้วย โดยทั่วไป เครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อดังๆมักมีราคาค่อนข้างจะสูง ตอนที่อุปกรณ์ไฟฟ้ายี่ห้อแปลกๆราคาชอบถูก บางครั้งอาจจะถูกกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อดังถึงครึ่งเดียวเลยทีเดียว ดังนั้น คนอีกจำนวนไม่น้อยจึงหันไปซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาถูกมาไว้ใช้ในบ้าน แทนที่จะจำต้องเสียตังค์มากมายเพื่อซื้อสินค้าราคาแพง อย่างไรก็แล้วแต่ จำต้องขอบอกเลยว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เป็นข้าวของที่คุณภาพผันตามราคา มีคนจำนวนไม่น้อยที่ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาไม่แพงไปใช้งาน ก่อนจะพบว่าเป็ฯสินค้าที่มิได้ประสิทธิภาพ ใช้งานไปได้ไม่นานมากแค่ไหนก็พังทลาย เปิดไม่ติดแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น บางบุคคลจำต้องพบกับอันตรายจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์คุณภาพไม่ดีนั้นอีก ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากยี่ห้อดังที่มีราคาแพง หลายคนซื้อไปและพบว่าใช้งานได้ดิบได้ดี ไม่มีปัญหาตามมา ทั้งนี้ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ราคาแพงแพง ก็ไม่ใช่ว่าจะมีคุณภาพดีไปเสียทั้งสิ้น ในขณะเดียวกัน เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ราคาไม่แพงก็ไม่ใช่ว่าจะด้อยประสิทธิภาพไปเสียทั้งปวงด้วยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นในเนื้อหานี้ พวกเราจะมาดูกันว่า แม้อยากได้เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งาน จะต้องดูที่อะไรบ้าง
1. ประสิทธิภาพของสิ่งของที่มองเห็นได้จากข้างนอก ส่วนนี้เราสามารถตรวจเช็คได้ในทันที กรรมวิธีคือทดลองดูภาวะข้างนอกของเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นนั้นดูก่อนว่าใช้วัสดุอะไรมาประกอบ ถ้าเกิดวัสดุที่ใช้ภายนอกเป็นสแตนเลส โลหะ หรือพลาสติกคุณภาพดี พวกเราก็สามารถเก็บเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้นไว้เป็นตัวเลือกได้ แต่ว่าถ้าเกิดเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นใดที่ใช้วัสดุประกอบด้านนอกไม่ค่อยดีมากแค่ไหน ดังเช่นว่า พลาสติกคุณภาพแย่ โลหะบางๆเราก็บางทีก็อาจจะอนุมานได้ว่าส่วนประกอบภายในบางครั้งอาจจะไม่ดี สามารถตัดเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชิ้นนั้นออกมาจากตัวเลือกได้ สำหรับข้อนี้ คนจำนวนไม่น้อยอาจจะเห็นว่ามองเพียงแค่วัสดุจากข้างนอกได้จริงหรือ เป็นไปไม่ได้เลยหรือที่เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่อุปกรณ์ภายนอกมีคุณภาพต่ำ แต่ส่วนประกอบข้างในอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีคุณภาพก็ได้ ขอตอบเลยว่า จากข้อมูลของผู้ใช้ตามกระดานข่าวสารต่างๆพบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้วัสดุคุณภาพไม่ดีประกอบข้างนอก ชอบเสียเมื่อใช้ไปได้ไม่นาน โดยเหตุนี้ขอให้คิดไว้ก่อนเลยว่า ขนาดอุปกรณ์ประกอบข้างนอกยังไม่ดี แล้วชิ้นส่วนภายในจะดีได้ยังไง ขอให้เลี่ยงเสีย
2. สายไฟที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้านั้นๆควรจะเป็นสายไฟที่มีขนาดเหมาะสมกับกระแสไฟที่อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นอยาก ยิ่งหากเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภททำความร้อน ตัวอย่างเช่น หม้อหุงข้าว กระติกน้ำร้อน เตาย่าง ควรที่จะเลือกรุ่นที่มีสายไฟขนาดใหญ่เพียงพอ เพราะถ้าหากว่าเรานำอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สายไฟไม่ใหญ่พอที่จะรับกระแสได้ เมื่อใช้งานไปได้สักระยะ จะกำเนิดความร้อนขึ้นที่สายไฟ แล้วก็หากใช้เป็นระยะเวลานานๆจะนำมาซึ่งการทำให้สายไฟละลาย หรือเกิดไฟลุกขึ้นได้ ดังนั้นสำหรับในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ควรที่จะเลือกรุ่นที่ใช้สายไฟเหมาะสมกับความปรารถนาไฟฟ้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จำพวกนั้นๆ
3. ราคา ตามที่กล่าวไปในข้างต้นว่า ราคาถือเป็นต้นเหตุอย่างหนึ่งที่ชีวัดประสิทธิภาพสินค้าได้อย่างดีเยี่ยม โดยหากเราอยากซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพ ก็ไม่ควรซื้อสินค้าที่ราคาแพงถูกเหลือเกิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่จำต้องใช้ไฟมาก หรือจะต้องใช้งานตลอดวัน หรือถ้าว่าเราไม่มีเงินมากพอจะซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าราคาสูงได้ ก็บางทีอาจเลือกรุ่นที่ราคาแพงถูกลงมา แต่ว่าต้องผิดเกินความจำเป็น
4. ความเห็นจากคนที่เคยใช้ ส่วนนี้นับว่าสำคัญ เพราะประสบการณ์ของคนที่เคยใช้จะเป็นตัวแสดงได้อย่างดีว่า เครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์นั้นมีคุณภาพหรือไม่ โดยควรที่จะเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเสียงตอบรับจากผู้ใช้ส่วนมากว่าใช้ดี คงทน ไม่มีปัญหา ส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าจากยี่ห้อที่ได้รับเสียงตอบรับว่าแย่ ใช้งานไม่ดี เสียง่าย ก็ควรจะหลีกเลี่ยงไม่ซื้อมาใช้งาน สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ค่อยมีคนไหนพูดถึงสักเยอะแค่ไหน ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่ควรจะเลี่ยงไม่ซื้อมาใช้งานเหมือนกัน เพราะเหตุว่ามีความน่าจะเป็นว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์นั้นอาจมีคุณภาพี่ไม่ดี จึงไม่ค่อยถูกซื้อไปใช้งานเท่าไรนัก
5. อย่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแรงเชียร์ของพนักงานที่มีหน้าที่ขาย คนจำนวนไม่น้อยที่ได้หาข้อมูลไว้แล้ว และก็ตกลงปลงใจแล้วว่าจะซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จากแบรนด์หนึ่งที่ตนคิดไว้ ชอบพลาดตอนมาซื้อที่ห้างจริงๆเพราะว่าพนักงานที่มีหน้าที่สำหรับขายจะเชียร์แบรนด์ที่ตนขายอยู่ตลอดเวลา บางครั้งบางคราวก็บอกว่าผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อที่พวกเราเล็งไว้อยู่นั้นไม่ดี อย่าไปซื้อ ลงท้ายก็จบที่พวกเราเผลอซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่พนักงานเชียร์ขาย ก่อนจะจะต้องมาพบว่าสิ่งที่ตนซื้อมานั้นไม่มีคุณภาพ ด้วยเหตุนี้ เมื่อไปซื้อผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตามห้าง ขอให้ใจแข็งเข้าไว้ อย่าเผลอหลงคารมบุคลากรอย่างเด็ดขาด

การจะเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ได้ของที่มีคุณภาพมานั้น สำคัญๆก็จะต้องมองที่ 5 ข้อดังที่กล่าวผ่านมาแล้วมานี้ ยืนยันว่าท่านจะสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพมาได้อย่างแน่นอน แต่ว่าสำหรับแม่บ้านบางบุคคล อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความวิตกกังวลอยู่ว่าตนมองอะไรไม่เป็นสักอย่าง แม้แต่วัสดุข้างนอกก็ยังไม่อาจจะแยกได้ ถ้าหากเป็นแบบนี้ ก็ขอให้ท่านเลือกซื้อเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์แบรนด์ดีๆราคาพอควรเป็นหลัก แล้วท่านจะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคงทนถาวร ตรงตามความอยากได้เลย

แหล่งที่มา บทความเครื่องใช้ไฟฟ้า: Index Living Mall

9
พัดลม เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ประเภทหนึ่งที่อยูคู่กับสังคมไทยมาเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แฃะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ทุกบ้านควรจะมีด้วยเหตุว่าประเทศไทยเป็นเมืองร้อน หากไม่มีอุปกรณ์ไฟฟ้าอะไรสักอย่างที่พอจะคลายร้อนได้บ้าง อาจไม่มีทางพักอาศัยในบ้านได้อย่างสุขสบายแน่

ปัจจุบัน พัดลมเปลี่ยนเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนาให้ออกมาหลายแบบ รองรับทุกรูปแบบของการนำไปใช้งาน ทั้งพัดลมตั้งโต๊ะ พัดลมตั้งพื้นพัดลมติดผนัง พัดลมติดเพดาน พัดลมโคจร และฯลฯ ในบรรดาแบบพัดลมกลุ่มนี้ พัดลมตั้งโต๊ะ ดูเหมือนจะเป็นแบบยอดนิยมเพื่อการใช้งานเยอะที่สุด เพราะมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา เปลี่ยนที่ง่าย ดัดแปลงงานได้มากมาย จะพัดในที่ต่ำก็ได้ หรือจะนำไปใช้พัดในที่สูงก็แค่หาโต๊ะหรือเก้าอี้มาต่อแค่นั้นไม่ราวกับพัดลมตั้งพื้นหรือพัดลมโคจร ที่ใช้งานได้ไม่มากมายนัก แถมยังย้ายที่ตรากตรำมากอีกด้วยหลายบริษัทมองเห็นถึงความต้องการของมนุษย์ที่มีต่อพัดลมตั้งโต๊ะ จึงได้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ชนิดนี้ออกมาวางจำหน่ายบนตลาดกันแบบคับคั่ง อย่างที่เราจะมีความเห็นว่าในห้าง แล้วก็ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า มีทั้งพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม และก็พัดลมโนเนมมาขายให้ได้เลือกกัน แต่ถามคำถามว่าหากเราจำเป็นต้องไปซื้อพัดลมประเภทนี้มาใช้ในบ้านตัวเอง จะเลือกพัดลมแบรนด์เนมหรือโนเนมดีละ วันนี้เราจะมาหาคำตอบกัน

ประการแรก ขอเชิญทุกคนไปทำความเข้าใจกับนิยามของพัดลมแบรนด์เนม กับพัดลมโนเนมก่อน พัดมแบรนด์เนม คือ พัดลมตั้งโต๊ะ ที่มียี่ห้ออันเป็นที่รู้จักทั่วๆไป กล่าวชื่อขึ้นมาขณะใด ไม่มีผู้ใดที่ไม่เคยรู้ ได้แก่ พัดลม Mitsubishi Toshiba Hitachi Panasonic Hatari อะไรทำนองนี้ ส่วนพัดลมโนเนม เป็นพัดลมที่ผลิตออกมาแบบไม่มียี่ห้อติด หรือถึงจะมียี่ห้อ เวลาบอกชื่อขึ้นมา หลายท่านจะเกิดรีแอคว่า มีพัดลมยี่ห้อนี้อยู่บนโลกด้วยหรือ นี่ยังรวมถึงพัดลมที่ผลิตมานาน แม้กระนั้นคนไม่ค่อยรู้จัก ก็นับว่าเป็นพัดลมแบบโนเนมด้วย

ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างพัดลม ตั้งโต๊ะแบรนด์เนม กับพัดลมตั้งโต๊ะโนเนม ก็คือ ราคา เป็นที่รู้กันว่าพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนมราคาจะสูงมาก บางยี่ห้อราคาพุ่งไปถึงหลักพันในขณะที่เป็นแค่พัดลมตัวเล็กๆส่วนถ้าเกิดเป็นพัดลมโนเนม ราคาจะต่ำสูงถึงเยอะที่สุด บางตัวใช้แบงค์ร้อยเพียงแค่ใบเดียวก็ซื้อมาเป็นเจ้าของได้แล้ว ปริศนาเป็นเพราะเหตุไรก็เลยเป็นเช่นนั้น แล้วถ้าเกิดเราอยากได้พัดลมมาใช้สักตัวจริงๆไปซื้อพัดลมโนเนมมาใช้ไม่ดีกว่าหรือ พัดได้เช่นเดียวกัน แถมไม่สิ้นเปลืองด้วย ข้อนี้จะขอตอบเลยว่า ที่พัดลมแบรนด์เนมกับพัดลมโนเนมแตกต่างกันเพราะว่ามีสาเหตุ 2 อย่าง ดังนี้
1. สิ่งของที่ใช้ โดยปกติพัดลมแบรนด์เนมชอบใช้อุปกรณ์ที่มีคุณภาพกว่า สร้างจากบริษัทแม่ที่มีการควบคุมประสิทธิภาพอยู่เป็นประจำ มีการทดลองประสิทธิภาพส่วนประกอบแต่ละชิ้น เนื่องจากว่าเป็นองค์ประกอบผลิตเอง ทำให้มีต้นทุนสูง แต่ว่าในขณะเดียวกันองค์ประกอบก็จะมีความทนทาน ใช้งานได้ดียิ่งไปกว่าด้วย มีรอบการหมุนดี ให้ลมแรง ในเวลาที่พัดลมโนเนม ชอบใช้อุปกรณ์ที่จ้างผลิตมาจากโรงงานที่มีกำลังการผลิตสูง เมื่อกำลังในการผลิตสูง ก็เท่ากับว่าจำต้องรีบเร่งผลิต ไม่ว่างมาวิเคราะห์ประสิทธิภาพ ผลิตเสร็จก็ส่งออกในราคาถูก แล้วบริษัทผู้ผลิตก็จะเอามาประกอบเองต่อ พร้อมตีตราแบรนด์ตัวเอง บางยี่ห้อยิ่งหนัก เป็นให้บริษัทที่มีกำลังการผลิตประกอบให้ตนเองด้วยเลย และก็รับมาแค่ตีตราแค่นั้น เมื่อเป็นเช่นนี้ ก็เลยทำให้พัดลมโนเนมมีต้นทุนการสร้างถูกมากมาย ราคาขายจึงต่ำตามไปด้วย แต่ถึงจะราคาไม่แพง มันก็แลกมาด้วยภาวะส่วนประกอบที่ไม่มีคุณภาพสักเท่าไหร่ ใช้ได้ไม่คงทน หมุนแล้วไม่ค่อยมีลมออกมา และก็ถ้าเกิดใช้ผ่านไปเพียงแค่ 4-5 เดือนก็เริ่มมีปัญหาแล้ว อย่างหมุนช้าลง หรือบางครั้งก็ไม่หมุนเลย
2. คุณภาพการประกอบ พัดลมแบรนด์เนมส่วนใหญ่จะมีคุณภาพการประกอบที่ดี มีโครงแข็งแรง ยึดส่วนประกอบต่างๆดี เนื่องจากผลิตเอง และก็มีการควบคุมคุณภาพการประกอบอยู่เป็นประจำ นำมาซึ่งการทำให้ใช้งานได้นาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาตามมา ในตอนที่พัดลมตั้งโต๊ะโนเนมราคาไม่แพงๆมักไม่ค่อยให้ความเอาใจใส่กับประสิทธิภาพการประกอบ บางเครื่องนี่เห็นได้ชัดเลยว่าองค์ประกอบบางชิ้นยึดไม่แน่น พอเอามาใช้ก็เกิดปัญหาอย่างสั่น เสียงดัง แล้วก็จะลาโลกนี้ไปในเวลาไม่ถึงปี พร้อมคุณภาพพลาสติกโครงที่เป็นของคุณภาพแย่ ติดไฟง่าย มอเตอร์ไหม้หนไฟก็ลุกในเวลาไม่ถึง 10 นาที แปลงเป็นชนวนของอัคคีภัยกันไปอีก จากเนื้อหาที่ว่ามานี้ คุณนักอ่านอาจพอจะเลือกกันได้แล้วว่าจะเอาพัดลมตั้งโต๊ะแบบแบรนด์เนม หรือจะเลือกของโนเนมราคาไม่แพงๆไปใช้ที่บ้าน อย่าซื้อแบบมองเพียงแค่ราคาสิ่งเดียว เพราะเหตุว่าถึงแม้ว่าจะคุณได้พัดลมราคาไม่แพงมาใช้งาน แม้กระนั้นเมื่อใช้ไปแล้วพังทลายจะต้องเปลี่ยนใหม่ก็พอๆกับว่าจำต้องเสียเงินเสียทอง 2 ต่อ สู้ซื้อพัดลมที่คุณภาพดี แม้จะราคาสูงหน่อย แม้กระนั้นไม่ต้องคอยเปลี่ยนใหม่ 4-5 ปีก็อยู่ได้สบาย แบบงี้สิถึงจะเรียกว่าคุ้มของแท้

Source: บทความพัดลมตั้งโต๊ะ: Index

10
ในระยะเวลาเช้า หรือบางทีอาจจะเช้ามากมายสำหรับใครบางคน การมีนาฬิกาปลุกไว้ช่วยปลุก ก็คงเป็นเรื่องที่ต้องชนิดจำเป็นกันเลยทีเดียว

คุณคงพอจะทราบดีอยู่แล้วว่า นาฬิกาปลุกที่วางขายอยู่บนท้องตลาดในขณะนี้นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ตัวอย่างเช่น นาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลที่แสดงหน้าปัดเป็นตัวเลข รวมทั้งนาฬิกาปลุกแบบเข็ม แม้กระนั้นคุณอาจจะไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้ว ถ้าเกิดอยากจะเลือกนาฬิกาปลุกแบบใดสักแบบหนึ่ง จะต้องดูที่อะไรบ้าง บางทีเมื่อไปห้างสรรพสินค้า คุณก็เลือกเฉพาะนาฬิกาเรือนที่ตนเองชอบใจ พอนำกลับมาใช้ที่บ้านก็พบว่าใช้งานได้ไม่ดี ไม่ตรงตามความปรารถนาสักเท่าไร เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงจะเกิดความข้องใจขึ้นมาบ้างแล้วว่า ถ้าหากว่าเป็นเช่นนั้นเราควรซื้อนาฬิกาปลุกแบบไหนดี วันนี้เรามีคำตอบมาฝาก

เมื่อก่อนที่จะไปเปรียบกันว่านาฬิกาแบบไหนดีกว่ากัน เราจำเป็นจะต้องเข้าใจก่อนว่านาฬิกาแต่ละเรือนนมีลักษณะเป็นอย่างไร เริ่มจากนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลก่อน นาฬิกาปลุกรุ่นนี้มีเอกลักษณ์เป็นการแสดงผลหน้าปัดเป็นตัวเลข เจาะจงชั่วโมง นาที รวมทั้งวินาทีอย่างละเอียด ในนาฬิกาปลุกดิจิทัลบางรุ่น ยังมีการบอกตัวเลขอุณหภูมิเวลานี้อีกด้วย ข้อดีของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้คือบอกเวลาได้ละเอียด คุณสามารถทราบได้โดยทันทีว่าตอนนี้ตรงเวลาชั่วโมง กี่นาที รวมทั้งกี่วินาทีแล้ว ส่วนข้อด้อยของนาฬิกาปลุกรุ่นนี้คือ ด้วยความเป็นนาฬิกาแสดงตัวเลข ทำให้เมื่อถึงเวลากลางคืนที่ปิดไฟมืดหมดแล้ว คุณจะไม่อาจจะเห็นเลขเวลาได้ ผู้สร้างหลายรายได้เห็นถึงข้อบกพร่องส่วนนี้ จึงได้เพิ่มฟังก์ชั่นสำหรับเปิดไฟสะท้อนแสงที่หน้าปัดนาฬิกา โดยเมื่อกดปุ่ม คุณจะสามารถเห็นตัวเลขเวลาได้ ปัญหานี้ก็จะลดลง แต่ว่าในนาฬิกาดิจิทัลรุ่นต่ำๆจะยังไม่มีฟังก์ชั่นส่วนนี้ นอกจากนี้ ยังมีผู้ผลิตบางรายที่คิดทำให้นาฬิกาปลุกดิจิทัลของตัวเองมีตัวเลขเรืองแสงอยู่ตลอดระยะเวลา ก็จะสามารถช่วยทำให้เห็นในที่มืดได้แจ่มชัดดียิ่งขึ้น แม้กระนั้นก็ตามมาด้วยปัญหาแสงจากจำนวนบนนาฬิการบกวนคุณตลอดเวลา ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้สนิท จำต้องย้ายนาฬิกาไปไว้ห้องอื่น แปลงเป็นจุดด้วยขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง

ส่วนนาฬิกาปลุกแบบเข็ม เป็นนาฬิกาแบบอย่างดั้งเดิมที่อยู่คู่กับประเทศไทยเรามานานแล้ว เอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ ประกอบด้วยเข็มสั้น เข็มยาว แล้วก็เข็มวินาทีบนหน้าปัด เข็มทั้งยัง 3 จะเขยื้อนไปเรื่อยตรงเวลาที่ผ่านไป ด้วยความที่เป็นนาฬิกาเข็ม ทำให้การบอกเวลาอาจจะมีความละเอียดน้อยกว่านาฬิกาแบบดิจิทัลอยู่หน่อยหนึ่ง คุณอาจจะไม่สามารถดูเวลาจากนาฬิกาแบบเข็ม แล้วบอกได้ละเอียดหมดเลยว่าเดี๋ยวนี้กี่ชั่วโมง กี่นาที กี่วินาที แต่ว่าก็พอที่จะบอกเวลาแบบโดยประมาณได้อยู่ว่าปัจจุบันนี้เป็นเวลากี่โมง กี่นาที ยิ่งไปกว่านี้ นาฬิกาแบบเข็มยังเป็นนาฬิกาที่ไม่ค่อยมีฟังก์ชั่นจัดเต็มเหมือนอย่างนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลสักเท่าไรนัก ยิ่งบางรุ่น คุณอาจจะสามารถใช้งานได้เพียงแต่มองเวลาอย่างเดียว ดูเหมือนเป็นจุดอ่อน แต่ว่าจริงๆก็นับว่าเป็นข้อดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการที่จะอยากนาฬิกาที่ใช้งานยุ่งยากมาก บอกเวลาได้ก็พอแล้ว เนื่องจากว่าบางทีซื้อนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัลมา ก็จำเป็นต้องเจอกับจำนวนที่มากไม่น้อยเลยทีเดียวเยอะไปหมด ดูเกือบจะไม่รู้เรื่องว่าเลขไหนเป็นเวลา หรือเลขไหนคืออะไร คุณจะไม่พบปัญหานี้ในนาฬิกาปลุกดิจิทัล

จะมองเห็นได้ว่า ข้อดีของนาฬิกาปลุกทั้งยัง 2 อย่างนี้ ก็มีความไม่เหมือนกันไป ขึ้นอยู่กับแบบและก็ฟังก์ชั่นการใช้งาน ต่อนี้ไปกลับมาไปสู่ปัญหาที่ว่า หากต้องการจะได้นาฬิกาปลุกสักเรือนละ จะเลือกแบบไหนดี เนื่องจากว่านาฬิกาทั้งยัง 2 แบบ ต่างก็มีคุณลักษณะเด่นต่างกัน ทำให้อาจบอกแบบพิพากษาไปเลยไม่ได้ในทันทีว่าซื้อเรือนไหนดียิ่งกว่า ถ้าเกิดจะเลือกให้ได้ดีที่สุด คุณจำต้องพินิจเหตุดังต่อไปนี้
1. ความจำเป็นสำหรับเพื่อการใช้งาน ถ้าว่าอยากได้นาฬิกาปลุกจำพวกที่ว่า ซื้อมาเพียงแค่เรือนเดียว ก็มองได้ทุกๆอย่าง ไม่จำกัดเฉพาะเวลา นาฬิกาดิจิทัล คงจะรองรับในสิ่งที่ต้องการของคุณได้ดิบได้ดีที่สุด เนื่องจากว่าแสดงผลลัพธ์ทุกสิ่งทุกอย่าง อุณหภูมิ สภาพภูมิอากาศ วันที่ และอื่นๆอีกมากมาย แม้กระนั้นถ้าหากคุณซื้อนาฬิกาปลุกมาเพราะเหตุว่ารู้สึกว่าจะใช้ปลุกจริงๆมิได้อยากได้ฟังก์ชั่นที่จัดเต็มจนถึงชักชวนงงมาก ใช้งานผิด ก็ขอเสนอแนะว่าแบบเข็มก็เพียงพอต่อสิ่งที่ต้องการแล้ว
2. คุณสมบัติเฉพาะตัวของนาฬิการุ่นนั้นๆอย่างเช่น นาฬิกาบางรุ่นมีฟังก์ชั่นเรืองแสงในตัวเอง มีหน้าปัดพรายน้ำ ถ้าหากว่าคุณมีความคิดว่าการนำนาฬิกาที่มีแสงสว่างในตัวเองมาตั้งในห้องนอน เป็นการรบกวนการนอนของคุณ ทำให้นอนไม่หลับ หรือไม่ก็ทำให้มีการเกิดความหลอนราวกับมีใครมายืนอยู่ในห้อง ก็ไม่สมควรซื้อเรือนนั้น หันไปซื้อนาฬิกาปกติที่ไม่มีแสงในตนเองจะดีมากกว่า เป็นต้น
3. ไม่ใช่ว่า นาฬิกาปลุกทุกรุ่นจะมีเสียงปลุกที่เท่ากัน บางรุ่นเสียงปลุกเบามาก แทบไม่ได้ยิน แม้กระทั่งปลุกก็ราวกับมิได้ปลุก หรือบางรุ่นก็มีเสียงปลุกที่สั่นประสาท ชักชวนให้ปวดศรีษะยามตื่นนอนทุกที เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาปลุกแบบดิจิทัล หรือนาฬิกาปลุกแบบเข็มก็ตาม คุณจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการเลือกเสียงปลุกด้วย ก่อนที่จะคิดที่จะตัดสินใจซื้อ คุณควรลองทดลองเสียงปลุกดูสักนิดว่าเป็นยังไง แล้วเลือกรุ่นที่คุณมีความคิดว่าชอบเสียงปลุกของมันมากที่สุด
นาฬิกาปลุก ถือเป็นวัสดุอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ช่วยให้คุณตื่นมารับวันใหม่ได้อย่างแจ่มใส ดังนั้นคุณควรจะเลือกให้ถูก เพื่อช่วยส่งเสริมการหลับและการตื่นนอนอย่างตามที่เป็นจริง

เครดิตบทความ บทความนาฬิกาปลุก: Index Living Mall

11
ชั้นสำหรับวางของ คือเครื่องเรือนที่ช่วยอำนวยความสะดวกสำหรับการเก็บของได้มหาศาลชั้นวางของที่มีการผลิตออกมาวางจำหน่ายในขณะนี้ มีอยู่มากมายแบบอย่างไม่ว่าจะเป็นชั้นแบบทึบมีฝาปิด ชั้นแบบทึบไม่มีฝาปิด ไปจนถึงชั้นแบบโปร่ง ในส่วนของขนาดก็มีอยู่มากมายทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง รวมทั้งขนาดใหญ่ มีเจ้าของบ้านจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าซื้อชั้นสำหรับวางของแบบไหนไปใช้ก็ได้ ไม่ต่างอะไรกันเท่าไรนัก ต้องการจะกล่าวว่าโน่นเป็นความคิดที่ผิดจำต้องสักมากแค่ไหน เพราะว่าถึงชั้นวางของทุกใบจะสามารถใช้วางของได้หมด แต่ว่าด้วยการออกแบบของมันทำให้ในบางครั้งถ้าเราเลือกใช้อย่างไม่เหมาะสม จะมีผลให้การจัดสิ่งของทำเป็นไม่ราบรื่นนัก กำเนิดปัญหาเอาของเข้าจัดได้ไม่หมด หรือจัดของได้แต่ของที่วางอยู่มักจะตกลงมาที่พื้น จำต้องรอเก็บขึ้นเป็นประจำยิ่งหากเป็นสิ่งของที่ชำรุดทรุดโทรมเสียหายง่ายอย่างแก้ว ขวดโหล ถ้าตกลงมาแตกก็เท่ากับเสียไปเลย ไม่อาจจะเก็บขึ้นมาซ่อมได้อีก นอกนั้น หากเราเลือกใช้ชั้นสำหรับวางของที่ไม่เข้ากันสิ่งของที่พวกเราจะจัด ย่อมนำมาซึ่งการทำให้ของไม่เรียบร้อย มองรก รวมทั้งอาจแปลงเป็นที่อยู่ของสัตว์อันไม่ปรารถนาทั้งหลายได้ โดยเหตุนั้น การจะจัดสิ่งของให้เป็นระเบียบ มองงามอย่างแท้จริง พวกเราก็เลยจึงควรเลือกชั้นสำหรับวางของให้ถูกลักษณะสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
1. ชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบโปร่ง ไม่มีฝาผนังกัน ชั้นวางรูปแบบนี้มีแบบอย่างคือ ไม่มีฝาผนังกั้น มีเพียงแค่ส่วนโครง แล้วก็ส่วนพื้นของชั้นแต่ละชั้นแค่นั้น ด้วยความที่ไม่มีฝาผนังกัน ทำให้จังหวะที่ข้าวของจะตกลงมาด้านด้านล่างมีสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวของที่วางไว้อย่างหมิ่นๆเหมาะสำหรับใช้วางข้าวของที่มีโอกาสเสียหายได้น้อย สามารถใช้แบ่งประเภทข้าวของที่มีจำนวนไม่มากสักเท่าไรนักได้
2. ชั้นวางของแบบโปร่ง มีผนังกัน ชั้นออกแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายกับชั้นแบบแรก ไม่เหมือนกันเพียงแต่ชั้นแบบงี้จะมีการทำชิ้นส่วนผังสำหรับกันโดยรอบพื้นชั้นโดยฝาผนังนี้อาจมีความสูงจากพื้นชั้นขึ้นมาเพียงนิดหน่อย หรืออาจสูงมากขึ้นมาจนเกือบจะชั้นวางด้านบนก็ได้ชั้นสำหรับเพื่อวางของลักษณะนี้มีข้อดี คือ ระบายอากาศได้ดิบได้ดี สามารถคุ้มครองป้องกันสิ่งของได้ระดับหนึ่ง ถ้าหากของบนชั้นจะตกลงมาก็จะใกล้กับฝาผนังที่กั้นอยู่ แต่ด้วยผนังที่ทำขึ้นมาไม่มากมาย บางทีอาจไม่สามารถคุ้มครองปกป้องสิ่งของชิ้นเล็กๆหรือข้าวของที่มีน้ำหนักเบาได้ เหมาะกับวางข้าวของที่มีน้ำหนักมาก แล้วก็ต้องการการคุ้มครองในระดับหนึ่ง อย่างเช่น จานจานชาม ถ้วย โถต่างๆรวมถึงเครื่องครัวอื่นๆด้วย
3. ชั้นวางของแบบทึบ ไม่มีฝาปิด ชั้นวางลักษณะนี้จะเพิ่มรายละเอียดขึ้นมาสักนิดสักหน่อยเป็นมีการใช้อุปกรณ์ปิดทึบเช่นไม้อัด พลาสวูด พลาสติก หรือไม้จริง มาปิดข้างๆรวมทั้งข้างหลังของชั้นจนถึงทึบ เหือช่องว่างสำหรับนำสิ่งของเข้าเฉพาะด้านหน้าแค่นั้น ชั้นสำหรับวางของรูปแบบนี้มีจุดเด่นคือสามารถคุ้มครองป้องกันข้าวของก้าวหน้าก่าชั้นแบบโปร่ง ไม่มีปัญหาของตกไปอยู่ด้านหลังชั้น แต่ว่าข้อผิดพลาดของชั้นลักษณะนี้คือ ระบายอากาศได้ไม่มาก เหมาะสำหรับใช้เก็บสิ่งของต่างๆที่จับใช้บ่อย และไม่อยากได้ให้สัมผัสกับความชุ่มชื้น ดังเช่น เครื่องปรุงประเภทต่างๆสิ่งของพวกน้ำยาที่เอาไว้ล้างจานแฟ้บ ที่พึ่งซื้อมาจากซูเปอร์มาร์เก็ต
4. ชั้นวางของแบบทึบ มีฝาปิด ชั้นวางของรูปแบบนี้จะคล้ายกับชั้นแบบที่ 3 แต่ว่ามีการเพิ่มฝาสำหรับปิดชั้นด้วย ลักษณะเด่นของชั้นวางของรูปแบบนี้ก็คือ มีความมิดชิดสูง สามารถคุ้มครองข้าวของจากความชื้นแล้วก็มลภาวะต่างๆได้เกือบจะ 100% ทั้งยังคุ้มครองปกป้องไม่ให้ข้าวของตกจากชั้นได้ดีที่สุดด้วย แต่ว่าจุดบกพร่องของมันก็มีอยู่เป็นระบายอากาศได้ไม่ดีนัก แล้วก็ถือของออกมาใช้งานได้ไม่ค่อยสะดวกเท่าชั้นออกแบบอื่นๆเหมาะสำหรับใช้เก็บสิ่งของที่มีน้ำหนักค่อย ข้าวของที่อยากได้การถนอมกล่อมเกลี้ยง รวมทั้งสิ่งของที่ไม่ค่อยได้นำออกมาใช้งานเป็นต้นว่า แก้วเจียระไน เครื่องเคลือบต่างๆหนังสือ เอกสารต่างๆเป็นต้น เว้นเสียแต่ประเภทของชั้นสำหรับวางของตามลักษณะอย่างที่ได้พูดผ่านไปแล้ว เรายังสามารถแบ่งชนิดของชั้นสำหรับวางของตามการติดตั้งได้อีกด้วย โดยสามารถแยกออกได้เป็น 2 แบบอย่างเป็นชั้นสำหรับวางของแบบตั้งพื้น และก็ชั้นวางของแบบห้อย ซึ่งชั้นสำหรับวางของแบบตั้งพื้น จะเหมาะสมกับการใช้เก็บสิ่งของขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก ในขณะที่ชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบห้อยจะเหมาะกับการใช้เก็ยบสิ่งของชิ้นเล็กๆที่มีน้ำหนักไม่มาก จะเป็นถ้วยจานทั้งหลายหรือข้าวของที่ใช้ในชีวิตประจำวันก็ได้ ไม่ควรใช้ชั้นสำหรับเพื่อวางของแบบห้อยเป็นที่เก็บของที่มีน้ำหนักมาก เนื่องมาจากอาจก่อให้ชั้นวางรับน้ำหนักไม่ไหว ร่วงลงมาจากจุดติดตั้ง จนทำให้สิ่งของด้านในก่อให้เกิดอันตรายได้ สำหรับเรื่องของสิ่งของ ส่วนนี้จัดว่าไม่ซับซ้อนสักเท่าไรนัก ด้วยเหตุว่าเราสามารถประมาณด้วยตาเปล่าได้ว่าชั้นที่ทำจากอุปกรณ์ที่เห็น เหมาะสมแก่การใช้แรงงานในจุดที่อยากได้หรือไม่ สำคัญๆก็มีเพียงแค่ไม่ควรนำชั้นไม้อัดไปใช้ในที่ที่มีความชื้นสูง และไม่ควรนำชั้นพลาสติกไปใช้ในที่ๆอุณหภูมิเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลา เป็นต้น

การเลือกชั้นวางของให้เหมาะสมกับข้าวของที่จะวางนั้น ดูเผินๆอาจประหนึ่งว่ามันไม่ใช่หัวข้อสำคัญอะไรนัก แม้กระนั้นหากพวกเรารู้จักเลือกให้มีความเหมาะสมและก็ถูกต้อง ก็จะทำให้การจัดข้าวของในบ้านเป็นเรื่องที่ไม่ยากขึ้นมาก และก็อันตรายที่จะเกิดกับของในชั้นก็ลดลง ส่วนเรื่องออกแบบรวมทั้งราคา ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อดังที่หัวใจของตนเองอยากได้ได้เลย

Website: บทความชั้นวางของ: www.indexlivingmall.com

13
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ

14
ในช่วงเวลาตอนนี้ที่อากาศในเมืองไทยร้อนขึ้นทุกเมื่อเชื่อวันจนถึงเกือบจะละลายแบบนี้ คุณอาจกำลังคิดที่จะหาเครื่องปรับอากาศมาติดตั้งให้กับบ้านของตนกันอยู่ใช่ไหม แล้วสิ่งที่ตามมาก็คือ คุณคงจะไปดูเครื่องปรับอากาศ จากห้างสรรพสินค้ามา รวมทั้งเอามาจัดตั้งที่บ้าน แม้กระนั้นในบางครั้งพอติดตั้งไปแล้ว ก็จำเป็นต้องเจอกับปัญหาหลายอย่าง ครั้งคราวก็ไม่เย็น บางครั้งก็เย็นเกินความจำเป็น ถ้าหากเป็นเรื่องที่เครื่องปรับอากาศไม่ค่อยเย็น ส่วนนี้ทุกคนคงจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นปัญหาแน่นอนจะต้องรีบแก้อย่างเร่งด่วน แม้กระนั้นหากเป็นเรื่องแอร์เย็นเหลือเกินละ คงจะสงสัยกันใช่ไหมว่าคือเรื่องธรรดา หรือจริงๆแอร์มีปัญหากันแน่ วันนี้พวกเราจะมาหาคำตอบกัน

ข้อแรก ถ้าว่าคุณซื้อเครื่องปรับอากาศมาจัดตั้งแล้ว พบว่าเย็นเกินไป จำต้องลองเช็ค 2 อย่างงี้ก่อน ว่าแตกต่างจากปกติหรือเปล่า ประกอบด้วย
1. การตั้งอุณหภูมิบนรีโมทคอนโทรล บางทีเครื่องปรับอากาศที่มาจากโรงงานบางทีก็อาจจะตั้งอุณหภูมิไว้เย็นเกินความจำเป็น ดังเช่น 15 องศาเซลเซียส ถ้าหากคุณมิได้มองรีโมทก่อน ก็บางทีก็อาจจะรู้สึกได้แบบเดียวกันว่าเครื่องปรับอากาศเย็นเกินไป หากเป็นแบบนี้ก็ขจัดปัญหาได้อย่างไม่ยากเย็นแค่ปรับอุณหภูมิขึ้นมาให้อยู่ในระดับที่พอเหมาะ ปกติแล้วควรจะอยู่ที่ 25 องศาเซลเซียส แม้กระนั้นหากเช็ครีโมทแล้วพบว่าไม่ได้ตั้งอุณหภูมิที่เย็นเกินความจำเป็นเลย บางครั้งอุณหภูมิที่รีโมทอยู่ที่ 30 องศาเซลเซียสด้วย แต่รู้สึกได้ว่าเย็นมากมาย ส่วนนี้เป็นไม่ดีเหมือนปกติแล้ว
2. ถ้าว่ามองที่รีโมทแล้วราวกับจะไม่มีอะไรผิดปกติ ยังคงใช้ได้อย่างเดิม ให้ทดลองไปเช็คที่เครื่องปรับอากาศกันถัดไปเลย ลองดูว่าตอนตั้งอุณหภูมิกับรีโมทคอนโทรล เคื่องปรับอากาศได้มีการสนองตอบบ้างหรือไม่ หากไม่มี ก็มีความหมายว่าการตั้งอุณหภูมิบางครั้งก็อาจจะไม่ส่งไปที่เครื่องปรับอากาศ อย่าลืมดูด้วยว่าตัวเครื่องมิส่งผิดปกติอะไรหรือเปล่า อย่างเช่น มีน้ำหยดออกมาจากตัวเครื่องมากจนเกินไป ฯลฯ
เมื่อลองเช็คอาการของเครื่องปรับอากาศจนถึงครบแล้ว ถ้าคิดว่าคุณไม่สามารถจัดการกับปัญหาอะไรที่ตัวเครื่องได้แล้ว ก็หมายความว่าเครื่องปรับอากาศน่าจะมีความผิดปกติแล้วละ เมื่อมาถึงจุดนี้ คุณอาจจะสงสัยว่า แล้วปัจจัยที่ทำให้เครื่องปรับอากาศมีความเย็นมากมายกระทั่งแตกต่างจากปกติละมีอะไรบ้าง โดยต้นสายปลายเหตุนั้นมีดังต่อไปนี้
1. เซ็นเซอร์รีโมทคอนโทรลไม่สนองตอบการตั้งอุณหภูมิบนรีโมทคอนโทรล กระทั่งทำให้ไม่อาจจะตั้งอุณหภูมิให้สมควรได้ อย่างบางครั้งบางคราวเครื่องปรับอากาศของคุณอาจจะมีอุณหภูมิค้างอยู่ที่ 15 องศาเซลเซียส แล้วคุณต้องการจะปรับให้อุ่นกว่านี้ บางทีกดปุ่มปรับอุณหภูมิจนเลขบนรีโมทได้ตามต้องการรวมทั้งจริง แต่ว่าเครื่องปรับอากาศไม่ตอบสนองกบรีโมท อุณหภูมิก็จะยังคงค้างอยู่ที่ 158 องศาเซลเซียสอยู่อย่างงั้น ถ้าหากเป็นอย่างงี้คุณก็จำเป็นต้องเช็คกันว่าเพราะอะไร บางทีอาจจะเป็นเนื่องจากว่าลืมใส่ถ่านในรีโมทคอนโทรล ทำให้รีโมทไม่ทำงาน ถ่านหมด เป็นต้น แก้ได้อย่างง่ายดายด้วยการซื้อถ่านก้อนใหม่มาเปลี่ยนแปลง เพื่อรีโมทใช้งานได้ปกติ แม้กระนั้นหากแปลงถ่านแล้วพบว่ายังคงใช้ไม่ได้อีก ก็เป็นได้ว่ารีโมทบางครั้งอาจจะพังทลาย หรือไม่ก็มีเหตุมาจากตัวรับเซ็นเซอร์บนเครื่องปรับอากาศใช้งานไม่ได้ ถ้าเกิดเป็นแบบนี้ ชี้แนะว่าให้แจ้งศูนย์บริการของเครื่องปรับอากาศยี่ห้อนั้นๆให้เข้ามาแก้ปัญหาให้ อย่าพากเพียรซ่อมแซมเอง หรือไปซื้อรีโมทปลอมมาเปลี่ยนแปลงเอง เพราะประเดี๋ยวปัญหาจะยิ่งหนักเข้าไปใหญ่
2. มีเหตุมาจากท่อน้ำยาทำความเย็นในเครื่องปรับอากาศได้รับความย่ำแย่ แตก หัก จนกระทั่งทำให้น้ำยาสร้างความเย็นดำเนินงานแตกต่างจากปกติ กระทั่งเกิดความเย็นเป็นอย่างมากจำพวกที่ว่าราวกับได้อยู่ขั้วโลกเหนือกันเลย แล้วก็ในบางครั้งอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการ เครื่องปรับอากาศเป็นน้ำแข็ง หรือมีน้ำแข็งย้อยออกมาจากช่องสร้างความเย็นร่วมด้วย ถ้าเกิดเป็นเช่นนี้ ขอเสนอแนะวาอย่าพยายามแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง แม้จะมีความรู้และมีความเข้าใจเรื่องช่างหน่อยเดียวก็ตาม เนื่องจากว่าเดี๋ยวจะยิ่งทำให้เครื่องปรับอากาศมีปัญหาหนักขึ้น ทางที่เหมาะสมที่สุดคือรีบแจ้งศูนย์บริการให้เข้ามาดำเนินการปรับปรุงแก้ไขไห้ดียิ่งกว่า หรือถ้าเกิดเครื่องปรับอากาศนั้นพึ่งซื้อมาใหม่ ก็สามารถรีบแจ้งกับฝ่ายขายของที่ๆคุณซื้อมา ให้เข้ามาดูและจัดการเปลี่ยนเครื่องใหม่ให้ก็ได้ โดยถือว่าเป็นสินค้าที่มีตำหนิ
อาการเครื่องปรับอากาศทำความเย็นให้มากจนเกินไป สามารถเป็นไปได้ทั้งเรื่องปกติ แล้วก็ปัญหาที่จำต้องปรับปรุงแก้ไข เมื่อกำเนิดอาการนี้ขึ้น ให้คุณรีบสำรวจแลชะหาทางปรับแต่งโดยทันที เพื่อให้เครื่องปรับอากาศของคุณสามารถกลับมาใช้งานได้อย่างเป็นปกติ สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่เราอยากจะบอกคุณ ก็คือ ถ้าหากรู้ตัวว่าเครื่องปรับอากาศนั้นเย็นเกินไป แก้มากแค่ไหนก็แก้ไม่ได้ ควรอย่าทนใช้งานต่อ ให้ปิดเสีย เนื่องจากว่าการอยู่ข้างในห้องที่มีความเย็นจากเครื่องปรับอากาศมากเกินความจำเป็นเป็นระยะเวลานานๆอาจทำให้คุณกำเนิดอาการเจ็บเจ็บป่วยได้ ยิ่งหากในห้องที่ใช้เครื่องปรับอากาศเป็นห้องนอนด้วยละก็ ขอบอกเลยว่าอย่าทนนอนในห้องที่เย็นเกินไปเด็ดขาด มีสิทธิไม่สบายร้ายแรงถึงกับขนาดปอดบวมได้เลยทีเดียว
เมื่ออ่านมาถึงที่ตรงนี้ คุณคงจะพอเพียงจะเห็นปัญหาของการใช้งานเครื่องปรับอากาศที่มีความเย็นมากเกินความจำเป็นกันไปบ้างแล้ว ต่อนี้ไปถามว่า มีหนทางปกป้องไม่ให้เผลอไปซื้อเครื่องปรับอากาศที่อาจจะมีปัญหาบ้างหรือเปล่า เพราะเหตุว่าเครื่องปรับอากาศเป็นของที่จำต้องติดตั้งก่อน ถึงจะทราบดีว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมานั้นมีปัญหาหรือไม่ การจะเอามาทิ่มปลั๊กไฟฟ้าทดลอง แบบเวลาเราซื้อพัดลม โทรทัศน์ คงทำไม่ได้ทันที แนวทางที่ดีที่สุดที่จะคุ้มครองปัญหานี้ได้เป็นควรที่จะทำการเลือกซื้อเฉพาะเครื่องปรับอากาศที่มีแบรนด์ตามมาตรฐาน เป็นที่ชื่นชอบและก็ได้รับการเอ๋ยถึงจากผู้ใช้ผู้อื่นว่าใช้ดีเพียงแค่นั้น เลี่ยงการซื้อเครื่องปรับอากาศตามแรงเชียร์ของเซลล์ เท่านี้ ช่องทางที่คุณจะเผลอไปซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีปัญหาก็จะน้อยลงแล้ว

แหล่งที่มา บทความเครื่องปรับอากาศ / แอร์บ้าน: Index Living Mall

15
สำหรับกิจกรรมเพื่อความถูกอนามัยที่ดีของร่างกายนั้น การขัดฟัน เป็นกิจกรรมอย่างนึ่งที่คนทุกคนต้องทำ น่าจะไม่มีใครที่มีความคิดว่าไม่จำเป็นต้องแปรงก็ได้ เว้นไปวันสองวันก็ยังได้แน่นอน เนื่องจากว่าถ้าหากไม่แปรงฟัน จะกำเนิดเชื้อโรคสะสมในปากแล้วก็ก่อกำเนิดโรคหลายชนิด อีกทั้งฟันผุ ติดโรคในช่องปาก แถมยังเป็นเหตุให้มีกลิ่นปาก ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการเข้าสังคมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

สำหรับการแปรงฟัน เครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องใช้แน่นอนมีอยู่ 2 อย่างหมายถึงแปรงสีฟัน แล้วก็ยาสีฟัน ในตอนที่พวกเราใช้อยู่มันก็น่าจะไม่มีปัญหาอะไร แต่ในเวลาที่ใช้งานเสร็จแล้วละ เราจะเก็บของ 2 แบบนี้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยยังไงดี เนื่องจากว่าทั้งแปรงสีฟันและก็ยาสีฟันเป็นของที่พวกเราจะต้องเอาเข้าปาก ถ้าหากเอาไปวางไว้แบบไม่เรียบร้อย จนกระทั่งทำให้แปรงสีฟันจำต้องไปเจอกับสิ่งสกปรก หรือตกลงพื้นจนกระทั่งถ้าจะเอามาเข้าปากอีกรอบก็อาจกระอักกระอ่วนจิตใจไม่น้อย ยิ่งถ้าเกิดแปรงสีฟันตกลงไปในที่ๆไม่พึงประสงค์สักเยอะแค่ไหน อย่างในโถส้วม หรืออ่างล้างจาน คงจะไม่มีใครต้องการจะเอามาเข้าปากอีกรอบหรอก จริงไหม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ที่ใส่แปรงสีฟัน ช่วยได้เสมอ

ที่ใส่แปรงสีฟัน เป็นวัสดุอุปกรณ์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้พวกเราสามารถใส่แปรงสีฟันได้อย่างรัดกุม โดยปกติมักมีรูปทรงเหมือนแก้ว มีฝาปิดซึ่งจะมีช่องสำหรับแทงแปรงสีฟันพอเพียงเป็นช่องแคบๆในตอนที่เราอยากจะเก็บแปรงสีฟันก็ทำเป็นกล้วยๆแค่เสียบด้ามแปรงสีฟันลงไปในช่องที่ทำไว้แค่นั้น ทิ่มลงไปจวบจนกระทั่งปลายด้ามจะลงไปถึงตูด เท่านี้แปรงสีฟันของเราก็ไม่สิทธิร่วงจากที่เก็บลงสู่พื้นได้แล้ว

ที่เก็บแปรงสีฟันที่ผลิตออกมาในขณะนี้นั้นมีอยู่หลายรุ่น ทั้งยังรุ่นแบบแก้วใบเดียว จนกระทั่งรุ่นที่มีแก้วใส่แปรงสีฟันถึง 4 ด้ามในตัวเดียว ถามว่ารุ่นใดดีสุด ข้อนี้ต้องขึ้นอยู่กับลักษณะการนำไปใช้งานของแต่ละคน ถ้าเกิดว่าในส้วมที่จะเอาไปใช้นั้นมีคนหมุนเวียนใช้กันหลายท่าน ทำนองว่าใน 1 บ้าน มีส้วมอยู่ห้องเดียว ที่ใส่แปรงสีฟันแบบที่มีแก้วเก็บหลายใบในตัวเดียวจะตอบปัญหาได้มากกว่า แต่ว่าถ้าเป็นสุขาที่มีสาวใช้งานอยู่คนเดียว ในบ้านนั้นมีส้วมหลายห้อง สมาชิกทุกคนแยกไปใช้แต่ละห้องเป็นของตัวเอง ที่ใส่แปรงสีฟันแบบ 1 แก้ว ก็เพียงพอต่อการใช้แรงงานแล้ว

ที่ใส่แปรงสีฟัน แม้ว่าจะดูเป็นของใช้อย่างง่ายๆไม่มีการทำงานสลับซับซ้อน แต่ว่าเราก็จำเป็นจะต้องใช้ให้ถูกทาง แล้วก็มีสิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวังสำหรับในการใช้งานอยู่พอควร ส่วนจะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยดีกว่า
1. ควรตั้งที่ใส่แปรงสีฟันเอาไว้ในจุดที่อยู่สูงพอเหมาะพอควร เพื่อพ้นจากน้ำ ความชุ่มชื้น รวมทั้งเชื้อโรคต่างๆและอยู่ในจุดที่พวกเราสามารถถือใช้ได้สบาย ไม่ตั้งไว้สูงเกินไปกระทั่งเอื้อมมือขึ้นไปหยิบตรากตรำ ห้ามตั้งที่ใส่แปรงสีฟันเอาไว้ภายในจุดที่เสี่ยงต่อการหล่น โดยยิ่งไปกว่านั้นที่ใส่แปรงสีฟันที่เป็นเซรามิคหรือแก้ว เพราะว่าอาจมีการตกแตกได้
2. การแทงแปรงสีฟันใส่ที่ใส่แปรงสีฟัน จะต้องใช้แนวทางทิ่มแปรงใส่ลงในช่อง โดยให้ขนแปรงอยู่ข้างบนแค่นั้น อย่าคิดวิธีเก็บแบบแผลงๆอย่างการคว่ำขนแปรงลง หงายด้ามแปรงขึ้น เพราะจะมีผลให้ถือใช้ได้ลำบาก และก็สำหรับในการเก็บแปรง ต้องแทงด้ามแปรงสีฟันลงไปกระทั่งจะสุดทุกหน อย่าจิ้มด้ามแปรงสีฟันใส่ด้านในที่เก็บแบบพอเป็นพิธี เพราะว่าจะมีผลให้แปรงสีฟันได้โอกาสหลุดจากที่ใส่ จนถึงร่วงลงมาที่พื้นเองได้
3. อย่าตั้งที่ใส่แปรงสีฟันทิ้งไว้แบบไม่สนใจมันเลย กะว่าเอาไว้เป็นที่เก็บแปรงเพียงอย่างเดียว เพราะเหตุว่าขณะที่ผ่านไปวันแล้ววันเล่าๆโน่นเป็นฝุ่นละออง สิ่งสกปรก และก็เชื้อโรคที่จะสะสมในที่ใส่แปรงสีฟันได้ ควรจะหมั่นจับที่ใส่แปรงสีฟันลงมาล้างทำความสะอาด โดยการใช้ฟองน้ำชุบน้ำยาสำหรับล้างจานขัดถูออกจนกระทั่งสะอาด แล้วล้างด้วยน้ำดื่ม แล้วหลังจากนั้นคว่ำไว้ให้แห้ง แล้วจากนั้นจึงค่อยนำมาประกอบเพื่อใช้ใหม่อีกที และก็ถ้าเห็นว่าที่ใส่แปรงสีฟันเริ่มมีฝุ่นเขรอะ หรือมีสัตว์ที่ไม่พึงปรารถนาอย่างแมลงสาบ จิ้งจก ไปไต่ จะต้องหยุดใช้ แล้วนำลงมาล้างชำระล้างทันที
4. เมื่ออยากได้ย้ายที่ที่ใส่แปรงสีฟันออกจากที่ จำต้องทำอย่างระแวดระวังเพื่อไม่ให้เกิดการร่วงแตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ใส่แปรงสีฟันที่ทำมาจากแก้ว หรือพลาสติกที่ออกจะบาง
ที่ใส่แปรงสีฟัน เป็นอุปกรณ์อย่างหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเก็บแปรงสีฟัน ให้ถูกตามหลักถูกหลักอนามัยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งช่วยทำให้ส้วมเรียบร้อยเพิ่มมากขึ้นด้วย บ้านผู้ใดที่ยังขาดที่เก็บของสำคัญอย่างแปรงสีฟันอยู่ ขอแนะนำให้ซื้อที่แปรงสีฟันไปใช้งาน รับรองว่าจะก่อให้การเก็บ การถือใช้แปรงสีฟันทำเป็นง่ายดายมากยิ่งขึ้นด้วย ยิ่งถ้าหากใช้คู่กับกล่องสำหรับหุ้มขนแปรงสีฟัน จะยิ่งทำให้แปรงสีฟันของคุณมองสะอาด น่าใช้ ถูกสุขลักษณะเพิ่มมากขึ้นแน่นอน

ขอบคุณสำหรับที่มา บทความที่ใส่แปรงสีฟัน: Index

หน้า: [1] 2 3 ... 38