ผู้เขียน หัวข้อ: อยู่พัฒนาการ 20 สถานพยาบาลรักษาโรคหมอสุนัข-แมว ฉีดวัคซีน รักษาสัตว์ป่วย รับเลี้ย  (อ่าน 79 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

07-12-2017 , 11:49:42
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 8250
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด
โดยหมอสัตวแพทย์ คลินิกรักษาโรคแพทย์สุนัข-แมว รักษาสัตว์ สัตว์เลี้ยงป่วย รับเลี้ยงรายวัน แมว วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด) โทรติดต่อได้ 24 ชั่วโมง
รักษาสัตว์ป่วยทุกชนิด รับเลี้ยงรายวัน หนู วันละ 250 บาท (รวมน้ำ+อาหารเม็ด) ดูแลสัตว์เลี้ยงตลอด 24 Hrs และในแต่ละวันจะ   รับอาบน้ำ กระต่าย ทางร้านเรามีทรงให้เลือกตามใจลูกค้าเลยค่ะ มีทรงให้เลือกที่ร้าน ทรงหน้ากลม ฯลฯ

โรคแมวที่ต้องระวัง
1. โรคติดเชื้อไวรัสในระบบฟุตบาทหายใจของแมว หรือที่เรียกว่า หวัดแมว (cat flu) ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อไวรัสในระบบฟุตบาทหายใจของแมว พบมากโดยเฉพาะในตอนที่มีอากาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้นสายปลายเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งเป็นไวรัสเจาะจงในแมว ได้แก่ Feline Viral Rhinotracheitis Virus (FVRC) หรือ Feline Herpevirus (FHV) แล้วก็ Feline Calici Virus (FCV) ซึ่งสามารถเจอการตำหนิดเชื้อร่วมกันได้ นอกจากนี้อาจมีอาการติดโรคแบคทีเรียอื่นๆร่วมด้วยได้ อาทิเช่น Bordetella หรือ Chlamydia สำหรับเชื้อ Chlamydia ที่ติดร่วมนั้นจะมีผลให้แมวมีลักษณะอาการตาอักเสบ เยื่อบุตาบวมอักเสบ มีขี้ตาเขียว เป็นต้น
 
 การติดเชื้อไวรัส Feline Herpevirus (FHV) จะพบได้มากในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับกระบวนการทำวัคซีน อัตราการเกิดโรคบางทีอาจมากถึง100 % ถึงแม้ว่าโดยปกติอัตราการตายจะไม่สูงมากมาย แม้กระนั้นมีโอกาสที่จะมากถึง 30 % ได้ในลูกแมวและก็แมวที่มีลักษณะอาการเครียดหรือมีโรคอื่นแทรกซ้อน อาการที่พบภายหลังที่แมวได้รับเชื้อ FHV คือเชื้อจะมีระยะฟักตัวราวๆ 2 - 10 วัน โดยจะทำให้แมวมีลักษณะอักเสบที่ตา จมูก หลอดลมซึ่งทำให้อาการตาอักเสบ มีน้ำมูกและเสมหะ นอกจากนั้นยังมีผลให้แมวมีลักษณะซึม หายใจไม่สะดวก ป่วย ไอ จามและเบื่ออาหาร
 
 ในเรื่องที่มีเชื้อแบคทีเรีย ร่วมด้วยนั้น จะมีผลให้น้ำมูกข้นเหนียวจนกระทั่งเป็นหนอง อาจพบแผลหลุมเป็นวงๆบนลิ้น ทำให้แมวเจ็บมากจนกระทั่งไม่อยากอาหาร อาการอาจร้ายแรงมากถึงขั้นเกิดปอดติดเชื้อโรคและเยื่อหุ้มปอดอักเสบซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ ส่วนการตำหนิดเชื้อ Feline Calici Virus (FCV) ไวรัสประเภทนี้กระตุ้นให้เกิดอาการน้ำมูกไหล ไอ จาม แต่ว่าอาจแสดงอาการรุนแรงมากกว่านั้นได้ สำหรับอาการที่แจ้งชัดที่สุดเป็น แผลหลุมบนลิ้น โพรงปากอักเสบ แผลในช่องปากจะทำให้แมวรับประทานอาหารทุกข์ยากลำบาก ความอยากของกินน้อยลง ทำให้อาการทรุดลงเร็ว การติดต่อของโรค มีต้นเหตุมาจากแมวได้รับเชื้อไวรัสที่มีการแพร่ไปในอากาศจากแมวที่ป่วยไข้ผ่านเข้าสู่ระบบฟุตบาทหายใจ หรือมีการสัมผัสกับแมวที่ติดเชื้อโรคโดยตรง พบบ่อยในบริเวณที่มีแมวอยู่รวมกันอย่างคับแคบหรือกลุ่มแมวจร
 
 ส่วนในกรณีที่แมวป่วยไข้รวมทั้งหายจากโรคแล้วนั้นยังสามารถเป็นพาหะนำโรคถัดไปได้ การดูแลรักษานั้นจะรักษาแบบตามอาการแล้วก็พยุงอาการ ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนจากแบคทีเรีย แล้วก็ยาลดเสมหะ ลดน้ำมูก ยาเสริมภูมิต้านทาน ในแมวบางตัวบางทีอาจจำเป็นต้องได้รับสารน้ำ วิตามินต่างๆเพื่อบำรุงตามสมควร การเสริมของกินอย่างพอเพียง บางทีอาจจำต้องมีการป้อนของกินและก็ยาให้ นอกจากนั้นยังจำเป็นต้องดูแลเรื่องความสะอาดด้วย และก็ควรจะให้ความอบอุ่นต่อร่างกาย สิ่งที่ควรจะหลีกเลี่ยงเป็นการนำแมวที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกันโรคไปปะปนกับแมวภายนอก และก็ควรจะคุ้มครองปกป้องโดยการฉีดวัคซีนคุ้มครองปกป้องโรคเป็นประจำทุกปี
 
 2. โรคไข้ฝึกแมว (Feline panleukopenia,Feline parvovirus) เป็นโรคที่เกิดขึ้นมาจากเชื้อไวรัสกรุ๊ปพาร์โอ้อวดไวรัสในแมว (Feline parvovirus) หรือ Feline distemper มีผลต่อระบบทางเดินอาหารของแมว พบรายงานการพบโรคนี้มานานแล้ว ซึ่งสามารถพบในแมวทุกตระกูล ไม่ว่าจะเป็น เสือ สิงโต เสือบอง หรือแม้กระทั้งแมวบ้านทุกพันธุ์นอกเหนือจากนั้นยังเจอได้ในสัตว์เชื้อสายอื่นๆอีก ตัวอย่างเช่น สกั๊งค์ เฟอเร็ต มิ้งค์ แรคคูน ซึ่งโรคนี้ทำให้แมวมีลักษณะอ้วกรวมทั้งท้องเดิน บางครั้งอาจมีอาการหวัดแทรกซ้อน ก็เลยมีคนเรียกชื่อต่างๆมากมายก่ายกอง เช่น “โรคไข้ฝึกฝนแมว” (Cat distemper) และ “โรคลำไส้อักเสบในแมว” (Feline Parvovirus Enteritis) เป็นต้น
 
 โรคไข้ฝึกหัดแมวพบได้มากในแมวอายุน้อยและก็ทำให้เกิดความรุนแรงค่อนข้างมากมาย ส่วนแมวโตนั้นก็สามารถพบได้เช่นเดียวกัน โดยอาการที่พบคือ ซึม ไม่อยากกินอาหาร จับไข้สูง คลื่นไส้ ท้องเสีย ถ่ายเป็นมูกเลือดเหม็นกลิ่นคาว ร่างกายขาดน้ำ ครั้งคราวอาจมีอาการเกร็ง ปวดช่องท้อง แล้วก็พบลักษณะไส้หนาตัว ข้างในมีแก๊สรวมทั้งของเหลว อาจมีผลต่อการทรงตัวของลูกแมวและทำให้ลูกแมวตาบอดได้ ในแมวที่หายจากโรคนี้ในระยะแรกยังสามารถตรวจพบเชื้อไวรัสในอุจจาระได้นับเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ส่วนในแมวที่ตั้งท้องอาจจะส่งผลให้เกิดการแท้งลูกหรือลูกตายหลังคลอดได้ การติดต่อโรคนี้สามารถติดได้จากการสัมผัสแมวเจ็บไข้ หรือสัมผัสกับอุจจาระ สิ่งคัดหลั่งต่างๆหรือภาชนะเครื่องใช้ของแมวป่วยไข้ หรือติดผ่านจากมนุษย์เป็นพาหะนำโรคผ่านเสื้อผ้า อุปกรณ์ วัสดุต่างๆที่สัมผัสกับแมวป่วย โรคไข้หัดแมวจะมีระยะการฟักตัวของโรค 2-7 วัน โดยแมวอายุน้อยมักตายอย่างรวดเร็ว อัตราการตายอยู่ระหว่าง 25-90% เป็นโรคที่มีอัตราการตายสูงโดยเฉพาะในกลุ่มแมวที่ไม่เคยได้รับการฉีดยา เมื่อตรวจเลือดมักจะเจอเม็ดเลือดขาวต่ำมากมาย จึงมีชื่อเรียกโรคนี้ว่า "Feline Panleukopenia"
 
 สำหรับการรักษาควรพาไปพบสัตวแพทย์ในทันทีเพราะเหตุว่าเป็นโรคติดต่อร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแมวที่อดอาหาร มีอ้วก ท้องร่วง จะก่อให้ร่างกายอ่อนล้า ขาดน้ำ เสียเท่าเทียมของอิเล็คโตรไลท์ในร่างกาย สัตว์อาจอยู่ในสถานการณ์ช็อกได้ ขั้นตอนการรักษาโรค คือ การรักษาตามอาการและพยุงอาการเพื่อสัตว์สามารถสร้างภูมิต้านทานต่อโรคได้ โดยการให้สารน้ำเข้าทางเส้นโลหิต (Fluid therapy) ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียหรือยาปฏิชีวนะเพื่อปกป้องโรคแทรก นอกเหนือจากนั้นอาจมีการให้ยาระงับการอาเจียนร่วมด้วย เพราะว่าโรคนี้เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งไม่มียาฆ่าเชื้อไวรัสโดยตรง การรักษาจึงทำเพื่อทะนุถนอมและพยุงอาการเท่านั้น สำหรับเพื่อการการคุ้มครอง ควรจะแยกแมวป่วยออกมาจากแมวปกติตัวอื่นทันที เพราะว่าโรคนี้เป็นได้กับแมวทุกอายุ ชำระล้างแล้วก็ฆ่าเชื้อโรคที่บางทีอาจแพร่ออกมากับอุจจาระ ฉี่ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ผสมโซเดียมไฮโปคลอไรด์ ผู้ครอบครองแมวที่มีแมวตายด้วยโรคไข้ฝึกแมว การปกป้องโดยการฉีดยาคุ้มครองป้องกันโรคทุกปี
 
 ปัจจุบันนี้มีวัคซีนคุ้มครองปกป้องโรคไข้ฝึกแมวหลายยี่ห้อและก็ยังเป็นวัคซีนรวมอีกด้วยหมายถึงใช้คุ้มครองปกป้องได้ทั้งยังโรคไข้ฝึกหัดแมวและโรคไข้หวัดแมวไปพร้อมเพียงกันที่สามารถรับการฉีดวัคซีนได้ตามสถานพยาบาลและโรงพยาบาลสัตว์ทั่วๆไป ส่วนสัตว์ป่าเชื้อสายแมว แล้วก็แมวทุกเพศ ทุกวัย ควรจะได้รับการฉีดยาป้องกันเช่นเดียวกัน
 
 3. โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือโรคลิวคีเมีย (Feline leukemia virus ; FeLV) มีสาเหตุจากการต่อว่าดเชื้อ feline leukemia virus เป็นโรคติดเชื้อโรคหนึ่งที่มีความหมายและพบได้ทั่วไปในแมว เชื้อไวรัสดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นสามารถติดต่อได้ทั้งแมวเลี้ยง รวมถึงสัตว์ป่าตระกูลแมว การตำหนิดเชื้อ FeLV ในแมวสามารถแบ่งเป็นกลุ่มอาการได้ 2 แบบคือ
 
 - มีการกดภูมิต้านทานในร่างกายก่อให้เกิดความเปลี่ยนไปจากปกติต่างๆแทรกได้ง่าย กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดสภาวะเลือดจางเรื้อรัง
 
 - กำเนิดลักษณะก้อนเนื้องอก ก้อนเนื้อมะเร็ง ตามตำแหน่งต่างๆภายในร่างกายอาทิเช่นในช่องอก ท้องและก็ต่อมน้ำเหลืองต่างๆทั่วร่างกาย
 
 การติดต่อของเชื้อไวรัสจำพวกนี้สามารถติดต่อผ่านทางการสัมผัสน้ำลาย ปัสสาวะ น้ำตา หรืออุจจาระของสัตว์ป่วยไข้ รวมทั้งการต่อว่าดเชื้อผ่านจากแม่แมวสู่ลูกแมวในขณะตั้งท้อง ส่วนมากพบได้ทั่วไปในแมวที่มีความประพฤติอาศัยอยู่นอกบ้าน
 
 แมวเพศผู้มักจะมีอัตราเสี่ยงมากยิ่งกว่าเนื่องจากว่าการกระทำที่ชอบออกเที่ยวเป็นต้น โดยตอนหลังการต่อว่าดเชื้อ FeLV ราวๆ 2-3 สัปดาห์ แมวจะออกอาการต่างๆต่างกันขึ้นกับอายุรวมทั้งระดับภูมิต้านทานของร่างกาย ดังเช่น จับไข้ ซึม ไม่อยากอาหาร อาเจียน กินน้ำเยอะแยะปัสสาวะเยอะแยะ เลือดจาง รวมถึงบางทีอาจเจอเลือดคละเคล้าในอุจจาระ มีการติดโรคภายในร่างกายแบบเรื้อรัง มีภาวการณ์โรคดีซ่าน น้ำหนักลด ต่อมน้ำเหลืองโต การตรวจวินิจฉัยและการดูแลและรักษาจะเริ่มจากวิธีสำหรับซักความเป็นมาและตรวจร่างกายอย่างระมัดระวัง เจาะเลือดเพื่อตรวจตราความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจการดำเนินการของตับแล้วก็ไต การอัลตร้าซาวน์ช่องท้อง การตรวจวิเคราะห์ความไม่ดีเหมือนปกติจากการตำหนิดเชื้อด้วยปฏิกิริยาทางภูมิคุ้มกัน การตรวจด้วยชุดตรวจ FeLV test
 
 อย่างไรก็ดี การรักษาโรคนี้จะเป็นการรักษาตามอาการเพื่อลดการต่อว่าดเชื้อแทรกซ้อนต่างๆโดยให้ยาเพื่อลดการตำหนิดเชื้อแบคทีเรียสอดแทรก การถ่ายเลือดในกรณีที่เลือดจางร้ายแรง การให้สารอาหารแก่แมวเจ็บไข้ การให้ยาหรือสารกระตุ้นภูมิคุ้มกัน การให้ยาเคมีบำบัดรักษาในกรณีที่เจอการติดเชื้อในแบบอย่างเนื้องอกหรือมะเร็ง
 
 การป้องกันการต่อว่าดเชื้อ FeLV ไม่สมควรปลดปล่อยแมวออกเที่ยวนอกบ้านซึ่งได้โอกาสสัมผัสกับแมวเจ็บไข้ได้ การฉีดวัคซีนคุ้มครองป้องกันโรค ในกรณีที่เลี้ยงแมวไว้หลายตัวควรแยกแมวป่วยและก็ชองใช้ต่างๆออกมาจากแมวอื่นๆรวมทั้งควรชำระล้างพื้นรวมทั้งสิ่งของของแมวเจ็บไข้อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดการปกป้องการแพร่เชื้อสู่แมวตัวอื่น
 
 4. โรคเอดส์แมว (Feline immunodeficiency virus; FIV) มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส FIV ในกลุ่ม retrovirus แมวป่วยไข้ที่ติดเชื้อไวรัสเอดส์แมวจะมีกรรมวิธีก่อโรคที่คล้ายคลึงกับในคนเป็นการกดภูมิต้านทานของร่างกาย อาการที่เจอมักแบ่งออกได้เป็นสามระยะคือ ระยะแรก ตอนหลังการติดเชื้อในช่วง 2-3 วันหรืออาจนานถึง 1-2 สัปดาห์ แมวจะจับไข้ ต่อมน้ำเหลืองตามร่างกายมีการขยายใหญ่ และมีการลดต่ำลงเม็ดเลือดขาวในกระแสโลหิต ระยะที่สอง หลังจากการแสดงอาการในระยะเริ่มต้น แมวป่วยที่ได้รับการต่อว่าดเชื้อมักอยู่ในระยะที่ไม่แสดงอาการ แต่มีเชื้ออยู่ในร่างกาย แล้วก็สามารถกระจายเชื้อสู่แมวปกติได้ แมวบางตัวสามารถมีลักษณะอยู่ในช่วงนี้ได้นาน แล้วก็บางทีอาจนานถึงนับเป็นเวลาหลายปี ระยะในที่สุด แมวเจ็บป่วยจะออกอาการป่วยไข้ที่ไม่ระบุชัดแจ้ง ขึ้นกับระบบที่ได้รับผลพวง ดังนี้เนื่องด้วยการลดต่ำลงของระดับภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ระบบลักษณะการทำงานของอวัยวะซึ่งสามารถพบความเปลี่ยนไปจากปกติตัวอย่างเช่น ระบบฉี่ โพรงปาก เหงือก ระบบทางเดินหายใจ แมวเจ็บป่วยชอบแสดงอาการป่วยไข้เรื้อรังและก็มีชีวิตได้เพียงไม่นานตอนหลังการป่วยระยะนี้
 
 การติดต่อของโรคเอดส์แมวจะผ่านการสัมผัสเลือดหรือน้ำลายของแมวเจ็บไข้ โดยมากมักจะเจอในแมวเพศผู้ที่มีพฤติกรรมท่องเที่ยวนอกบ้านและก็ต่อสู้กับแมวตัวอื่นเพื่อฉกชิงเขตแดนหรือแมวเพศภรรยาที่เป็นสัดนอกเหนือจากนี้ยังเจอการติดต่อของโรคภูมิคุมกันบกพร่องแมวผ่านการให้นมหรือจากแม่แมวสู่ลูกแมวได้ การตรวจวิเคราะห์ทำโดยการตรวจเลือดแล้วก็การตรวจค้น antibody ต่อเชื้อไวรัสโรคภูมิคุมกันบกพร่องแมวซึ่งปัจจุบันมีการทำในรูปแบบ test kit การตรวจดังที่กล่าวมาข้างต้นอาจได้ผลบวกในลูกแมวได้รับน้ำนมเหลืองจากแม่แมวที่ป่วยเป็นโรคเอดส์แมว ในกรณีนี้ควรทำการตรวจซ้ำอีกรอบหรือช่วงอายุราว 6 ข้างขึ้นไป การดูแลและรักษารวมทั้งการปกป้องคุ้มครองการรักษาโรคภูมิคุมกันบกพร่องแมว เนื่องมาจากโรคภูมิคุมกันบกพร่องแมวเป็นโรคที่ไม่สามารถที่จะรักษาให้หายขาดได้ แม้กระนั้นการใช้ยาต่างๆสามารถช่วยทำให้แมวมีลักษณะทั่วไปดีขึ้นได้ รวมทั้งลดการตำหนิดเชื้อแทรกซ้อนต่างๆการดูแลทั่วไปเป็นวิธีสำคัญสำหรับแมวเจ็บป่วย ควรจะคุ้มครองป้องกันแมวป่วยให้หลีกเลี่ยงการเที่ยวนอกบ้าน การเสริมระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยให้สารอาหารที่สมควรรวมทั้งเพียงพอแก่แมวเจ็บไข้ ฯลฯ
 
 5. โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (Feline infectious peritonitis ; FIP) มีเหตุที่เกิดจากการตำหนิดเชื้อในกรุ๊ป Coronavirus เชื้อไวรัสก่อโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับเชื้อไวรัสที่ก่อโรคลำไส้อักเสบในแมว หรือ feline enteric coronavirus ซึ่งเป็นเชื้อที่มีความรุนแรงน้อยกว่า เชื้อมีการกำเนิด mutation รวมทั้งทำให้ก่อความรุนแรงมากเพิ่มขึ้นในแมว โดยปกติเชื้อไวรัสเยื่อบุช่องท้องอักเสบสามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานราว 3-7 อาทิตย์ รวมถึงสามารถถูกทำลายด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อชนิดต่างๆการติดเชื้อไวรัสเยื่อบุช่องท้อง สามารถพบได้มากในแมวที่มีระบบภูมิคุ้มกันของสุขภาพที่ไม่ดี ดังเช่นว่า แมวเด็กรวมทั้งแมวแก่ กลุ่มแมวที่เลี้ยงกันแบบหนาแน่นหรือเกิดความเครียด ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถพบได้ในแมวป่วยเป็นโรคระบบภูมิต้านทานของร่างกายดังเช่นว่า โรคลิวคิภรรยา โรคภูมิคุมกันบกพร่องแมว ฯลฯ โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบสามารถเจอได้ในแมวทุกเพศแล้วก็สายพันธุ์
 
 สำหรับเพื่อการติดต่อของโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวนั้น สามารถแพร่ผ่านได้โดยการติดต่อการสัมผัสกันระหว่างแมว หรือการสัมผัสอุจจาระของแมวเจ็บป่วยที่ใช่กระบะทรายร่วมกัน รวมถึงการติดเชื้อไวรัสผ่านวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ด้วยกัน และเดี๋ยวนี้เชื่อว่าเชื้อไวรัสเยื่อบุช่องท้องอักเสบสามารถ
 
วิธีสำหรับดูแลลูกแมวตัวน้อย
1. ให้อาหารที่ถูก
อาหารคือปัจจัยที่สำคัญที่สุดสำหรับเจ้าเหมียว (แล้วก็สัตว์อื่นๆ) ดังนั้นการเลือกสรรของกินที่ถูกต้องรวมทั้งสมควรในแต่ละช่วงวัยและสิ่งที่ต้องการพิเศษของสายพันธุ์คือสิ่งที่คุณไม่ควรละเลย เพื่อความก้าวหน้าทางร่างกายจะได้เจริญวัยอย่างราบรื่นไม่มีติดขัด
ขณะนี้ท้องตลาดมีอาหารสำเร็จรูปนับไม่ถ้วนรอให้ท่านจับไปให้เจ้าเหมียวตัวน้อยที่บ้าน ข้อเสนอกล้วยๆของพวกเราก็คืออ่านฉลากข้างถุงให้เป็น ดูซิว่าของกินดังที่กล่าวถึงมาแล้วนั้นเหมาะกับช่วงวัยใด สายพันธุ์ไหน ส่วนเรื่องรสชาตนั้นเจ้าเหมียวจะต้องเป็นฝ่ายตัดสิน
ดังนี้ถ้าเกิดบ้านของคุณมีเจ้าตูบอยู่ด้วย เราขอเตือนไว้เลยว่าอาหารของสุนัขไม่เหมาะสมสำหรับแมว หมั่นคอยพิจารณาด้วยล่ะว่าเจ้าเหมียวเข้าไปมั่วกินอาหารหรือไม่ หากใช่ล่ะก็เก็บอาหารให้มิดชิด เพื่อชีวิตอันแจ่มใสของแมวน้อย ...อย่าลืมล่ะ
2. หาสัตวแพทย์
แมวเด็กย่อมอยากได้การดูแลจากสัตวแพทย์มากยิ่งกว่าแมวโต ทั้งนี้เพราะเขาจำเป็นจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนและก็ตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การมองหาสัตวแพทย์ประจำตัวก็เลยไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ต้องรอให้มีปัญหาสุขภาพก่อนค่อยพาไปคลินิกอีกต่อไป
ต้นสายปลายเหตุที่คุณควรที่จะใช้สำหรับเพื่อการเลือกสัตวแพทย์ประจำตัวนั้นขึ้นอยู่กับความอยากของคุณเอง บางท่านอาจไม่หวาดหวั่นถ้าหากจำต้องเดินทางไกลเพื่อพบสัตวแพทย์ที่ศึกษาเล่าเรียนด้านแมวเหมียวมาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางคนก็บางทีอาจเน้นย้ำที่ความสบายสบายใกล้บ้านเป็นหลัก ฯลฯ คำแนะนำของพวกเราก็คือเลือกให้ตรงดวงใจที่สุดเพียงแค่นั้นก็พอ
3. ขนสวย = ร่างกายแข็งแรง
จริงอยู่ว่าน้องเหมียวเป็นสัตว์รักสะอาด พวกเขาสามารถเลียขนเพื่อทำความสะอาดตัวเองได้ตั้งแต่ยังละอ่อน แต่ว่าคุณเองก็สามารถช่วยเหลือเขาสำหรับการทำความสะอาดตัวเองได้อย่างง่ายๆอย่างเดียวกัน หมั่นช่วยเขาหวีขนบ่อยๆเพื่อกำจัดขนที่ร่วงหล่น นอกเหนือจากที่จะช่วยเพิ่มสุขอนามัยให้เขาแล้ว ยังเป็นการสร้างสัมพันธ์ระหว่างกันและกันอีกทางหนึ่งอีกต่างหาก
4. ป้ายชื่อเพื่อความปลอดภัย
ว่ากันว่าแมวเหมียวนั้นมีความมั่นใจในตัวเองมากยิ่งกว่าน้องหมา พวกเขาสามารถออกไปเที่ยวนอกบ้านเป็นวันๆได้โดยกลับมาเฉพาะตอนอยากกินข้าว ในเมื่อไลฟ์สไตล์ของเขาอยู่ไม่ติดบ้าน อะไรล่ะที่จะช่วยทำให้คุณเชื่อมั่นได้ว่าเหมียวของคุณจะปลอดภัยเมื่ออยู่ภายนอก
คำแนะนำของพวกเราก็คือปลอกที่เอาไว้ใส่คอและป้ายชื่อค่ะ ใส่ให้เจ้าเหมียวของคุณตั้งแต่ยังเด็ก เพื่อที่ว่าเวลาออกไปต่างประเทศบ้านบุคคลอื่นจะได้รู้ว่าเขาเป็นคนใดกันมาจากไหน ยิ่งไปกว่านั้นควรเจาะจงเนื้อหาให้ชัดเจนลงไปในป้ายชื่อเพราะว่าเจ้าของคือคนไหนกันแน่ เบอร์ติดต่ออะไร เผื่อเร่งด่วนจะได้ตามได้
นอกจากการเกี่ยวป้ายรวมทั้งปลอกใส่คอแล้ว วิธีการเพิ่มความปลอดภัยอีกอย่างก็คือพาเขาไปแนะนำตัวกับเพื่อนบ้านที่ไว้ใจได้ เพื่อให้เขาเป็นหูเป็นตาเวลาเจ้าเหมียวของคุณออกไปป่วนปั่นนอกบ้าน จะได้ช่วยกันจับไว้ไม่ให้ไปไกลบ้านเกินไป

5. สอนตามสมควร
การเลี้ยงแมวเหมียวสักตัวนั้นไม่ใช่เรื่องยาก การฝึกพวกเขาให้เป็นแมวที่ดีนั้นยิ่งง่ายยิ่งกว่าเดิม ทั้งนี้ก็เพราะความประพฤติปฏิบัติตามธรรมชาติของเขานั้นเป็นระเบียบอยู่แล้ว ขอเพียงแค่เวลาในการใส่ใจอย่างจริงจังจากคุณเพียงแค่นั้นก็เพียงพอ
โดยการฝึกฝนที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตแมวบ้านก็คือการใช้กระบะทรายสำหรับในการถ่าย หมั่นฝึกซ้อมตั้งแต่ยังเยาว์เพื่อสร้างการจดจำรวมทั้งนำมาซึ่งการก่อให้เกิดความประพฤติอันเป็นนิสัย เคล็ดลับที่พวกเราอยากชี้แนะก็คือหามุมเหมาะในการทำให้หมดทุกข์ ซื้อกระบะแล้วก็ทรายแมวจากร้านค้าขายเครื่องใช้ไม้สอยสัตว์เลี้ยงมาเตรียมไว้ ลำดับต่อไปก็คือหมั่นจับเขาไปนั่งในกระบะเมื่อมองเห็นว่าเขากำลังจะทำธุระ ทำใหม่ๆจนกระทั่งให้เขาก้าวเข้ากระบะไปทำธุระด้วยตนเอง เพียงเท่านี้บ้านคุณก็จะเรียบร้อยได้ง่ายๆ
6. แมวจำเป็นต้องฝนเล็บ
คุณต้องการให้เครื่องเรือนเป็นรอยอันเนื่องมาจากความประพฤติฝนเล็บตามบรรพบุรุษของแมวเหมียวหรือเปล่า ถ้าคำตอบของคุณเป็นไม่ล่ะก็ หาซื้อวัสดุอุปกรณ์ฝนเล็บมาให้เขาอย่างด่วน เพื่อที่ของใช้ของสอยในบ้านของคุณจะไม่มีอันตรายแล้วยังปลอดภัยจากการครูดขีดด้วยกงเล็บ
การเลือกซื้อที่ฝนเล็บสักชิ้นนั้นไม่มีอะไรยาก คุณสมบัติแล้วก็ผลดีในการใช้สอยแปรผันตามขนาดรวมทั้งราคา บางชิ้นคุณสามารถนำไปตั้งเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งได้เลยในบ้าน เจ้าเหมียวก็สามารถนอนได้ฝนเล็บได้ ครบคุณลักษณะในชิ้นเดียว หรือบางชิ้นก็บางทีอาจเป็นเพียงแค่ที่ฝนเล็บสิ่งเดียวเพียงแค่นั้น คุณจะเลือกใดๆแม้กระนั้นความไม่กังวลใจได้เลย
7. อย่าลืมการออกกำลังกาย
การออกกำลังกายสำคัญสำหรับทุกอย่างมีชีวิต แมวเหมียวเองก็เช่นเดียวกัน หากเขาได้ยืดเส้นยืดสายอย่างเพียงพอ โรคภัยไข้เจ็บก็จะไม่สอบถามหา ไม่ว่าจะเป็น โรคอ้วน การขับถ่ายขาดตกบกพร่อง ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยส่งเสริมความเป็นเพื่อนให้เขาเบิกบานผ่องใสตลอดระยะเวลาอีกต่างหาก
ในเมื่อการบริหารร่างกายนั้นเป็นผลดีมากขนาดนี้ คุณควรจำเป็นต้องส่งเสริมให้ถึงที่สุด หาพื้นที่สำหรับเพื่อการบริหารร่างกายให้เขา ซื้อหาของเด็กเล่นมาเตรียมพร้อม เพียงเท่านี้อาณาจักรสุขภาพของเหมียวก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆในบ้านของคุณเอง
8. จัดแจงเผื่อเร่งด่วน
เนื่องจากว่าพวกเราไม่บางทีอาจเดาได้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อไร การเตรียมพร้อมไว้ก่อนก็เลยเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่ควรปล่อยทิ้ง อย่าลืมสอบถามสัตวแพทย์ใกล้บ้านให้เป็นระเบียบว่าสามารถติดต่อได้ในกรณีฉุกเฉินไหม ถ้าหากว่าไม่มีอย่าลืมหาคลินิกสำรองไว้ด้วย เวลากะทันหันจะได้ไม่ต้องวุ่นวายยังไงล่ะ
9. ดูแลเขาให้ถูกต้องถูกวิธี
การคุ้มครองป้องกันนั้นดีมากกว่าการรักษาเมื่อยามไม่สบาย ด้วยเหตุผลดังกล่าวเมื่อรับเจ้าเหมียวตัวน้อยเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด อย่าลืมพาเขาไปรับวัคซีนให้ครบตามกำหนดนัดพบ อายุเดือนครึ่งก็จำต้องจัดแจงให้พร้อม สัตวแพทย์นัดเมื่อใดจำต้องไปห้ามพลาดเด็ดขาด ด้วยเหตุว่าวัคซีนแต่ละประเภทหมายความถึงการปกป้องคุ้มครองโรคร้ายที่หากเป็นขึ้นมาล่ะก็จะรักษาลำบาก ไม่ว่าจะเป็น โรคไข้ฝึกฝนหวัดแมว โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวในแมว ฯลฯ
นอกจากการฉีดยาเพื่อคุ้มครองปกป้องโรคแล้ว การถ่ายพยาธิคือสิ่งหนึ่งที่คุณไม่สมควรละเลย อย่าลืมขอคำแนะนำสัตวแพทย์ให้เขาจัดตารางที่เหมาะสมให้กับเจ้าเหมียวของคุณด้วยล่ะ เอ๊ะๆ...เท่านี้ยังไม่หมดนะจ๊ะ อย่าลืมหัวข้อการดูแลชำระล้างหู ตา จมูก แล้วก็ส่วนต่างๆของร่างกาย เนื่องจากความสะอาดเป็นข้อที่ไม่อนุญาตพลาดเป็นอันขาด
10. ตรึกตรองเรื่องคุมกำเนิด
ข้อสุดท้ายที่พวกเราอยากฝากก็คือการทำหมันแมวเหมียว ถ้าหากคุณไม่อยากให้เขามีลูกมีหลานหรือเลี้ยงเพื่อปรับปรุงสายพันธุ์ล่ะก็ ตกลงใจทำหมันไปเลยเมื่ออายุครบเกณฑ์ (ในขณะนี้สามารถทำหมันได้ตั้งแต่อายุครบ 10 อาทิตย์) ซึ่งการทำหมันนั้นจะช่วยลดปัญหาความประพฤติฉี่เพื่อสร้างเขตแดนในแมวชายหนุ่ม และก็ช่วยทำให้เขาไม่ต้องออกไปค้นหาคู่ชีวิตนอกบ้าน อันเป็นเหตุให้ทำให้เป็นอันตรายได้อย่างง่ายๆสำหรับแมวสาวนั้นการทำหมันจะช่วยคุ้มครองป้องกันโรคมะเร็งเต้านม และก็ลดความประพฤติหยาบเมื่อถึงขณะสืบพันธุ์
แต่การตัดสินใจทำหมันหรือเปล่าสร้างขึ้นอยู่กับคุณแต่เพียงผู้เดียวจ้ะ
 
คลินิกรักษาสัตว์ แฟนงหมา แมว กระต่าย กระรอกให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง ตอบได้ทุกปัญหา
 Line :solar147


เครดิตบทความจาก : http://www.vetpattanakarn20.com/

Tags : รักษาสัตว์, คลินิกรักษาสัตว์, คลินิคสัตว์