ผู้เขียน หัวข้อ: เครื่องจักรความร้อน : M  (อ่าน 6 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

23-11-2018 , 15:36:47
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 2913
    • ดูรายละเอียด
ในสาขาวิศวกรรม เว็บ  ศาสตร์รวมทั้งอุณหวิชาพลศาสตร์, เครื่องจักรความร้อน (Heat Engine) เป็นเครื่องจักรที่ใช้เปลี่ยนแปลงพลังงานความร้อนไปสู่งานทางกลศาสตร์ โดยอาศัยความไม่เหมือนทางอุณหภูมิของต้นตออุณหภูมิสูง (heat source) รวมทั้งต้นกำเนิดอุณหภูมิต่ำ (heat sink). ความร้อนจะถูกระบายจากแหล่งเกิดอุณหภูมิสูงไปต่ำ รวมทั้งความร้อนนิดหน่อยจะถูกแปรไปเป็นงานในแนวทางการนี้. ในอดีตกาล เครื่องจักรความร้อนได้รับความนิยมใช้ในงานต่างๆอย่างมาก เนื่องจากพลังงานความร้อน เป็นพลังงานที่สร้างได้ง่ายดาย รวมทั้งพวกเราสามารถควบคุมมันได้ง่ายเนื่องมาจากความร้อนจะมุ่งหน้าจากแหล่งอุณหภูมิสูงไปยังแหล่งอุณหภูมิต่ำเสมอ (ดูกรยละเอียดเพิ่มเติมอีกที่ กฎข้อลำดับที่สองของอุณหวิชาพลศาสตร์).
ความเป็นมารวมทั้งจุดสำคัญของเครื่องจักรความร้อน

ในสมัยปฏิรูปอุตสาหกรรม สมัคร ufabet มนุษย์เราได้ผลิดเครื่องจักรแล้วก็เครื่องจักรเพื่อใช้งานแทนสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น ม้า (พิจารณาได้จากการที่มีหน่วยพลังงานเป็น แรงม้า เพื่อใช้เปรียบเทียบกับม้านั่นเอง). เครื่องจักรละอองน้ำที่มีชื่อในยุคนั้นดังเช่น เครื่องจักรนิววัวเมน และก็ เครื่องจักรวัตต์ ซึ่งบรรลุผลสำเร็จในอุตสาหกรรมอย่างใหญ่โต. แต่ในยุคนั้น ความรู้ความเข้าใจในแนวคิดของเครื่องจักรความร้อนมีน้อยมากและไม่สามารถชี้แจงความสามารถของเครื่องจักรความร้อนได้ดิบได้ดี อาทิเช่น พวกเราไม่เคยทราบว่าอัตราส่วนพลังงานความร้อนที่พวกเรามอบให้เครื่องจักรนั้นถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นงานทางกลศาสตร์กี่เปอร์เซ็นต์.
ในปี ค.ศ. 1824 ซาดี การ์โนต์ วิศวกรชาวประเทศฝรั่งเศสได้พิมพ์ผลงาน Reflections on the Motive Power of Fire 1 ซึ่งทำให้เห็นว่า เมื่อระบุต้นตออุณหภูมิสูงรวมทั้งต่ำคู่อะไรก็แล้วแต่แล้ว เครื่องจักรความร้อนการ์โนต์เป็นเครื่องจักรที่ให้งานทางกลศาสตร์เยอะที่สุดเท่าที่เป็นได้ (ถัดมาพวกเรารู้ว่าเครื่องจักรแบบผันกลับได้ทุกจำพวกมีคุณภาพสูงสุดเท่าเครื่องจักรการ์โนต์). งานของเครื่องจักรการ์โนต์ทำให้พวกเราตระหนักถึงขอบเขตที่เหมาะสมที่สุดของเครื่องจักรความร้อนเท่าที่พวกเราทำเป็น และก็ยังเป็นจุดกำเนิดของการศึกษาเล่าเรียนแนวความคิดทางอุณหวิชาพลศาสตร์อย่างเป็นจริงเป็นจังอีกด้วย ซึ่งทำให้ถัดมาลอร์ด เคลวินรวมทั้งรูดอร์ฟ เคลาสิอุสศึกษาค้นพบกฎข้อลำดับที่สองของอุณหวิชาพลศาสตร์. นักฟิสิกส์ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยจัดว่าการ์โนต์ยอดเยี่ยมในผู้ค้นพบกฎข้อลำดับที่สองของอุณหวิชาพลศาสตร์
แบบอย่างของเครื่องจักรความร้อนที่เจอได้ในตอนนี้มีเยอะแยะ ดังเช่น เครื่องจักรละอองน้ำ (เป็นต้นว่า รถไฟสมัยโบราณ), เครื่องจักรกลน้ำมันดีเซล หรือ เครื่องจักรกลแก๊สโซลีน ฯลฯ. ในเครื่องจักรของรถยนต์ สิ่งที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นแหล่งเกิดอุณหภูมิสูงจะอยู่ในตัวเครื่องยนต์กลไก ดังเช่นว่า การเผาไหม้จากน้ำมัน แล้วก็สิ่งที่เสมอเหมือนเป็นแหล่งเกิดอุณหภูมิต่ำก็คือสภาพแวดล้อมข้างนอกนั่นเอง. เครื่องจักรความร้อนอื่นๆที่เป็นที่รู้จักอีกทั้งในทางแนวความคิดรวมทั้งปฏิบัติอาทิเช่น เครื่องจักรออตโต วัฎจักรอีริกสัน เครื่องจักรสเติรริง และก็ตู้แช่เย็น (ซึ่งสร้างได้จากการนำวิธีการของเครื่องจักรความร้อนมาย้อนกลับ) ฯลฯ